สุขภาพ » 26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ

26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ

12 เมษายน 2017
139   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

 

มะเขือเทศมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นพืชที่เติบโตเร็วพอสมควร ลำต้นไม่ค่อยแข็งแรงหรือเปราะบางก็ว่าได้ ส่วนใบของมะเขือเทศเป็นใบหยักลึกมีขนคลุมจากลำต้นจนถึงใบดอกเป็นสีเหลืองปนขาว ส่วนผลของมะเขือเทศเป็นผล ผิวเรียบมีหลายรูปทรงเพราะมะเขือเทศมีหลายพันธุ์ในบ้านเรารู้จักดี มะเขือเทศมีสารชนิดหนึ่งที่สามารถลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมากได้ซึ่งสารที่เป็นพระเอกนี้มีชื่อว่า ไลโคปิน (lycopene) เป็นสารที่มีสีอยู่ในมะเขือเทศ จัดเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดนึ่ง จากการศึกษาของ Havard School of Public Heath พบว่าการกินมะเขือเทศ 10 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในเพศชายได้มากกว่าร้อยละ 45

 

มะเขือเทศเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาที่คนพื้นเมืองใช้เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงมาแต่ดั้งเดิม ในทวีปยุโรป อิตาลีเป็นประเทศแรกที่รู้จักมะเขือเทศเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.1544 ต่อมาประเทศอื่น ๆ ในยุโรปก็รู้จักมะเขือเทศ แล้วจึงมีการปลูกอย่างกว้างขวางและแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา

 

การขยายพันธุ์ของมะเขือเทศ : ใช้เมล็ดในการเพาะชำ โดยมีสารสำคัญมีอยู่หลายชนิด มะเขือเทศสามารถใช้ในทางการเกษตรเพื่อป้องกันและปราบศัตรูพืชได้ดีมากและยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรได้ดีเช่นกัน โดยวิธีใช้ในด้านการเกษตรก็เพื่อป้องกันและปราบศัตรูพืช นำมะเขือเทศมาทั้งลำต้นให้ลำต้นใหญ่พอสมควรและใบด้วยไม่ใช้ลำต้นอย่างเดียวให้ใช้ใบและผลด้วยให้นำมาประมาณ 5-6 ลำต้นแทนพอประมาณ แล้วทุบให้แตก แช่น้ำ 1 ปี๊บทิ้งไว้ 1 คืนแล้วกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นในแปลงผักเพื่อป้องกันและกำจัด แมลง ไรแดง ด้วง หนอน ได้ดีมาก

 

มะเขือเทศเป็นพืชล้มลุก ปลูกได้ตลอดปีในบ้านเรา มะเขือเทศชอบอากาศอบอุ่นและชอบแสงแดด การปลูกสามารถปลูกได้แม้แต่ในกระถางก็สามารถให้ลูกได้ แต่จะออกลูกดกในช่วงฤดูหนาว ระยะเวลาที่ใช้ปลูกประมาณ 40 วัน ก็จะเริ่มออกดอก จะสามารถเก็บลูกแก่ได้เมื่ออายุประมาณ 90 วัน แต่หากไม่อยากปลูก การเลือกซื้อมะเขือเทศควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้ ควรเลือกมะเขือเทศที่มีผิวไม่เหี่ยว ถ้าจะทำสลัด ยำหรือซุปควรเลือกใช้มะเขือเทศลูกใหญ่ ส่วนถ้าจะตำส้มตำใช้มะเขือเทศสีดาลูกเล็ก ก่อนที่จะนำมะเขือเทศมาใช้ควรล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ถ้ายังไม่ใช้ควรเด็ดขั้ว เพราะมะเขือเทศจะเสียง่าย การเก็บในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกจะเก็บได้ประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้นานถึง 10 กว่าวัน มะเขือเทศนอกจากจะมีสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) คือ ไลโคปีนแล้ว ในมะเขือเทศยังมีคุณค่าของสารอาหารมากมาย เช่น เบต้า-แคโรทีน ฟอสฟอรัส คล้าย ๆ กับผักอื่น ๆ อีกด้วย

 

มะเขือเทศเป็นผักสีแดงที่มีรสชาติอร่อย เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิค (glutamic) สูง กรดอะมิโนชนิดนี้เป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร เป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต (monosodium glutamate) อาหารที่ผักหลาย ๆ ชนิดรวมอยู่ด้วยกัน รวมถึงมะเขือเทศ เช่น ยำมะเขือเทศ โดยการหามะเขือเทศลูกเล็กๆ ปริมาณตามความเหมาะสมเรียงไวที่ขอบจาน ตำกุ้งแห้งกับกระเทียมพริกขี้หนูให้ละเอียด บีบมะนาว เติมน้ำปลา ชิมรสตามชอบ ราดลงบนมะเขือเทศที่เรียงไว้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ

 

advertise

 

26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ

  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร
  3. เป็นยาระบายอ่อนๆช่วยขับพิษและสารตกค้างในร่างกาย
  4. ช่วยเจริญอาหารช่วยกระตุ้นกระเพาะอาหารและลำไส้
  5. ทำให้ผิวสวยและผิวไม่แห้งทำให้ผิวดูดีขึ้น
  6. ลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก
  7. สารไลโคปิน (lycopene) จัดเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่ง ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในเพศชายได้มากกว่าร้อยละ 45
  8. วิตามินอีในมะเขือเทศช่วยบำรุงสายตา
  9. ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหัวใจวาย
  10. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้ ช่วยเสริมสร้างความจำ
  11. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่
  12. ช่วยให้หลอดเลือดไม่แข็งตัว
  13. ช่วยลดการเกิดเชื้อราในร่มผ้าและช่องปาก
  14. ควบคุมความดันโลหิต
  15. ช่วยขับปัสสาวะ
  16. ช่วยชะลอการเปลี่ยนสีผม
  17. ช่วยรักษาสิว
  18. ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้
  19. ช่วยป้องกันโรคหืดหอบ
  20. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  21. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน
  22. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  23. น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
  24. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  25. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
  26. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา

ตามความเป็นจริงแล้ว คนเราควรรับประทานผักและผลไม้ให้ได้ทุกมื้อ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อวิตามินต่าง ๆ ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อที่ต่างก็อวดอ้างสรรพคุณกันสารพัด ก่อนที่เราจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ก็ควรคิดพินิจพิเคราะห์กันสักนิดว่าสิ่งที่ได้รับมานั้น จะคุ้มค่าและมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

 

อ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter