26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ (ควบคุมความดันโลหิต)

มะเขือเทศมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชที่เติบโตเร็วพอสมควร ลำต้นไม่ค่อยแข็งแรงหรือเปราะบางก็ว่าได้ ส่วนใบของมะเขือเทศ เป็นใบหยักลึก มีขนคลุมจากลำต้นจนถึงใบ ดอกเป็นสีเหลืองปนขาว ส่วนผลของมะเขือเทศ เป็นผลผิวเรียบมีหลายรูปทรง เพราะมะเขือเทศมีหลายพันธุ์

มะเขือเทศมีสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมากได้ ซึ่งสารที่เป็นพระเอกนี้มีชื่อว่า “ไลโคปิน (lycopene)” เป็นสารที่มีสีอยู่ในมะเขือเทศ จัดเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดนึ่ง

จากการศึกษาของ Havard School of Public Heath พบว่าการกินมะเขือเทศ 10 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในเพศชายได้มากกว่าร้อยละ 45

มะเขือเทศ เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกา

คนพื้นเมืองของอเมริกา ใช้เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงมาแต่ดั้งเดิม ในทวีปยุโรป อิตาลีเป็นประเทศแรกที่รู้จักมะเขือเทศ เมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.1544 ต่อมาประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ก็รู้จักมะเขือเทศ แล้วจึงมีการปลูกอย่างกว้างขวางและแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา

การขยายพันธุ์ของมะเขือเทศ

ใช้เมล็ดในการเพาะชำ โดยมีสารสำคัญอยู่หลายชนิด มะเขือเทศสามารถใช้ในทางการเกษตร เพื่อป้องกันและปราบศัตรูพืช และยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรด้วย

โดยวิธีใช้ในด้านการเกษตร เพื่อป้องกันและปราบศัตรูพืช โดยการนำมะเขือเทศมาทั้งลำต้น ให้ลำต้นใหญ่พอสมควร รวมถึงนำใบและผลมาด้วย ประมาณ 5-6 ลำต้นพอประมาณ ทุบทุกส่วนให้แตก แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นในแปลงผัก เพื่อป้องกันและกำจัดแมลง ไรแดง ด้วง หนอน ได้ดีมาก

มะเขือเทศเป็นพืชล้มลุกปลูกได้ตลอดปี

มะเขือเทศชอบอากาศอบอุ่นและชอบแสงแดด สามารถปลูกได้แม้แต่ในกระถาง แต่จะออกลูกดกในช่วงฤดูหนาว ระยะเวลาที่ใช้ปลูกประมาณ 40 วัน ก็จะเริ่มออกดอก สามารถเก็บลูกแก่ได้เมื่ออายุประมาณ 90 วัน

แต่หากไม่อยากปลูก การเลือกซื้อมะเขือเทศ ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้ ควรเลือกมะเขือเทศที่มีผิวไม่เหี่ยว ถ้าจะทำสลัด ยำ หรือซุป ควรเลือกใช้มะเขือเทศลูกใหญ่ ส่วนถ้าจะตำส้มตำใช้มะเขือเทศสีดาลูกเล็ก

ก่อนที่จะนำมะเขือเทศมาใช้ ควรล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ถ้ายังไม่ใช้ควรเด็ดขั้ว เพราะมะเขือเทศจะเสียง่าย การเก็บในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกจะเก็บได้ประมาณ 3-4 วัน แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้นานถึง 10 กว่าวัน

มะเขือเทศนอกจากจะมีสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) คือ ไลโคปีนแล้ว ยังมีคุณค่าของสารอาหารมากมาย เช่น เบต้า-แคโรทีน ฟอสฟอรัส คล้าย ๆ กับผักอื่น ๆ อีกด้วย

มะเขือเทศเป็นผักสีแดงที่มีรสชาติอร่อย เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิค (glutamic) สูง กรดอะมิโนชนิดนี้ เป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร เป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต (monosodium glutamate)

26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ

  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร
  3. เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับพิษและสารตกค้างในร่างกาย
  4. ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยกระตุ้นกระเพาะอาหารและลำไส้
  5. ทำให้ผิวสวยและผิวไม่แห้ง ทำให้ผิวดูดีขึ้น
  6. ลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก
  7. สารไลโคปิน (lycopene) จัดเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่ง ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในเพศชายได้มากกว่าร้อยละ 45
  8. วิตามินอีในมะเขือเทศ ช่วยบำรุงสายตา
  9. ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหัวใจวาย
  10. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้ ช่วยเสริมสร้างความจำ
  11. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่
  12. ช่วยให้หลอดเลือดไม่แข็งตัว
  13. ช่วยลดการเกิดเชื้อราในร่มผ้าและช่องปาก
  14. ควบคุมความดันโลหิต
  15. ช่วยขับปัสสาวะ
  16. ช่วยชะลอการเปลี่ยนสีผม
  17. ช่วยรักษาสิว
  18. ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้
  19. ช่วยป้องกันโรคหืดหอบ
  20. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  21. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน
  22. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  23. น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
  24. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  25. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
  26. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา

ตามความเป็นจริงแล้ว คนเราควรรับประทานผักและผลไม้ให้ได้ทุกมื้อ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อวิตามินต่าง ๆ ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ ก่อนที่เราจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ก็ควรคิดพินิจพิเคราะห์กันสักนิด ว่าสิ่งที่ได้รับมานั้น จะคุ้มค่าและมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน