“โรคมะเร็ง” อาการเป็นอย่างไร? ลามเร็วแค่ไหน? มารู้จักกันเถอะ

มะเร็ง คือโรคที่เกิดมาจากการสะสมของสารพิษต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลานาน นานจนกระทั่งวันหนึ่งที่ร่างกายของเราอ่อนแอลง เซลล์ที่เป็นเนื้อร้ายที่สะสมหรือแฝงตัวอยู่ ก็จะปรากฎอาการออกมา ซึ่งอีกนัยสำคัญหนึ่งคือ การที่คนในครอบครัวของเราคนใดคนหนึ่งหรือหลาย ๆ คนมีเซลล์มะเร็ง นั่นก็หมายถึงว่าโอกาสที่คนในครอบครัวอีกหลาย ๆ คนก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเช่นเดียวกัน

“มะเร็ง” สาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคนในปัจจุบัน

วงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ได้สรุปความเห็นเกี่ยวกับโรคมะเร็งว่า มะเร็งคือโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของกลุ่มเซลล์

โดยมีการแย่งชิงอิเลกตรอนระหว่างกัน ทำให้นิวเคลียสของเซลล์ที่สูญเสียอิเลกตรอนนั้น ถูกทำลายไปพร้อม ๆ กับการทำลายรหัสพันธุ์กรรมของ DNA และ RNA ทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติ และส่งผลให้เซลล์ส่วนดีถูกทำลายตามไปด้วย โดยจะขยายวงกว้างออกไป ลุกลามจนเกิดเป็นเนื้อร้ายขึ้นตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ปากมดลูก เต้านม ช่องปาก ปอด ระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

การรับประทานอาหารที่มีสารอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็ง ก็จะเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อการเผาผลาญสารอาหารในร่ายการ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งด้วยเช่นกัน

เนื่องจากร่างกายของคนเรา หากได้รับเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ที่มากับอาหาร รวมไปจนถึงโลหะหนักต่าง ๆ เช่น สารปรอท สารตะกั่ว สีผสมอาหาร ผงชูรส ควันพิษจากท่อไอเสีย คาร์บอนมอนอกไซด์ อาหารจำพวกปิ้งย่าง รมควัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญของการเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง

นอกจากนี้ ภาวะความเครียดจากการทำงาน หรือการดำเนินชีวิตประจำวัน การเป็นคนที่มีอารมณ์หงุดหงิด ขี้โมโห โกรธง่าย มองโลกในแง่ร้าย ซึ่งเป็นความบกพร่องทางจิตโดยตรง ภาวะต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งจากภาวะความเครียด

การก่อตัวของมะเร็งจะค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ

มะเร็งจะสะสมในร่างกายเรา จนกระทั่งถึงเวลาแสดงตัวออกมา หากเราสามารถรู้ได้ก่อน ก็จะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ แต่หากเราไม่รู้มาก่อนหรือไม่มีอาการใด ๆ เซลล์มะเร็งก็จะถูกกระตุ้นเรื่อย ๆ และแตกต่างกันไปตามอาการ

มะเร็งทุกชนิดจะมีกระบวนการพัฒนาอยู่ 3 ระยะได้แก่ ระยะก่อตัว ระยะกระตุ้น และระยะพัฒนา นอกจากนี้ การเป็นแผลอับเสบและเกิดการติดเชื้อ ความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย และการได้รับสารก่อมะเร็งอยู่เป็นประจำเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้ ก็สามารถทำให้เราเป็นโรคมะเร็งได้ด้วย

การใช้ชีวิตประจำวันของเรา ก็มีผลต่อการก่อเกิดโรคมะเร็งอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมอันเป็นมลพิษรอบ ๆ ตัวเรา อุณหภูมิความร้อนจากแสงแดด ความเครียดที่คนในปัจจุบันเป็นกันมาก หรือการรับประทานอาหารในทุก ๆ มื้อ ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งของโลกเราเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

ด้วยในปัจจุบัน มนุษย์เรามีอัตราการเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมส่วนตัวบางอย่างก็ดี ด้วยกรรมพันธุ์และสภาพแวดล้อมก็ดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อร่ายกาย

นักวิจัยบางกลุ่มได้กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากการสะสมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีผลถึงการเผาผลาญสารอาหารของร่างกาย และกระบวนการรับออกซิเจนของเซลล์ โดยที่สารอนุมูลอิสระเหล่านี้ ไม่สามารถร่วมกับกระบวนการนี้ให้กลายเป็นพลังงานได้ จึงทำให้เกิดความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ อีกทั้งยังคงเจริญเติบโตในร่างกายอย่างไร้ระเบียบ

เซลล์มะเร็งจะสร้างและเพิ่มจำนวนขึ้น โดยไม่มีสัญญาณทางเคมีใด ๆ แสดงให้เห็น และจะตรวจพบว่าเป็นอันตรายอยู่รอบ ๆ เนื้อเยื่อ ซึ่งจะทำลายเซลล์ส่วนดี ขยายวงกว้างลุกลามออกไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

มะเร็ง คือเซลล์ที่เปลี่ยนสภาพไปเป็นเนื้อร้าย เติบโต และขยายตัวในหลอดเลือดและน้ำเหลือง กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย ซึ่งหากเป็นอวัยวะส่วนที่สำคัญ เช่น ปอด ตับ สมอง ก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

โดยสารเคมีที่เรียกว่า คาร์ซิโนเจน (carcinogen) เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โครโมโซมในนิวเคลียสของเซลล์ผิดปกติไปจนกลายเป็นมะเร็ง โดยเซลล์มะเร็งจะมีการแบ่งตัวขยายออกไปเรื่อย ๆ จนมีอาการเริ่มต้นที่สังเกตุได้ชัด

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?

1.มีแผลเรื้อรัง หายช้า หรือหายยาก

หากปกติเราเป็นแผลและหายในระยะเวลาหนึ่งตามปกติ และอยู่ ๆ มา กลับกลายเป็นว่า เป็นแผลแต่หายช้า หรือหายยากกว่าปกติ นอกจากเราจะมีอาการของโรคเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว ก็ให้สันนิษฐานได้ด้วยว่า อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน

2.มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อนก็ตาม แม้แต่การกลืนอาหารไม่ลง เจ็บคอเรื้อรัง ระบบต่าง ๆ เหล่านี้ หากร่ายกายเราอยู่ในภาวะปกติก็จะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ แต่ในทางตรงกันข้ามแล้วละก็ อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโรคมะเร็งได้ด้วย

3.มีอาการไอเรื้อรัง หรือเสียงแหบ หาย

โดยส่วนใหญ่แล้วหากเราไม่ได้เป็นไข้หวัด ที่สามารถรักษาให้หายได้ตามปกติ แต่ก็ยังคงมีอาหารไอเรื้อรังอยู่เป็นประจำ ตามมาด้วยเสียงแหบ หรือเสียงหายไปบางจังหวะ และอาการไอนี้จะมีเสมหะหรือไม่ก้ได้ และในบางรายอาจมีเลือดปนออกมา ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นสาเหตุของอาการมะเร็งปอดได้

4.มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายไม่ปกติเป็นประจำ

เราต้องคอยหมั่นสังเกตตนเองให้ดี ๆ ว่า ระบบขับถ่ายของเราเริ่มผิดปกติหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น ท้องเสียเรื้อรัง ขับถ่ายเป็นมูกเลือด ท้องผูก มีอาการริดสีดวงทวาร ปัสสาวะขัด ทั้งหมดนี้หากระบบขับถ่ายของเราเริ่มผิดเวลาเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาการมะเร็งได้เช่นกัน

5.มีเลือด และของเหลวลักษณะผิดปกติ

สำหรับผู้หญิง หากมีอาการตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อนข้างแรง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเชื้อราสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการซื้อยาที่เภสัชโดยทั่วไป แต่หากมีอาการเป็นเวลานาน และรักษาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น แถมกลิ่นยังรุนแรงจนน่าตกใจ หรือประจำเดือนมามากจนผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาญเริ่มต้นของโรคมะเร็งเกิดขึ้นแล้ว

6.มีก้อนเนื้อ ตุ่ม หรือหูดเกิดขึ้นตามผิวหนัง

สังเกตว่าหากเราลูบคล้ำไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะที่เต้านมหรือรักแร้ แล้วเกิดก้อนนูนขึ้นมาแบบผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือขยายของขนาดเต้านม และมีอาการปวดร่วมด้วย ตามมาด้วยน้ำหนักลด หรือบริเวณใกล้เคียงมีอาการบวม อาจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม

ทั้งหมดนี้ อาจเป็นสาเหตุของการเริ่มต้นของโรคมะเร็งได้ อย่างไรก็ตามพบว่า มะเร็งในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1) 80% ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้สูง แต่การรักษานั้นต้องใช้การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ถูกต้องด้วย

และไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องตามสุขอนามัย การพักผ่อนที่เพียงพอ ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาโรคได้เป็นอย่างดี และจะช่วยยืดอายุของผู้ป่วยให้ยืนยาวได้อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีทางชีวจิต สูตรยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง อาหาร ผัก และผลไม้ ก็ยังคงต้องเลือกและปรุงยา-อาหาร ให้ถูกต้องด้วย เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะยังผลให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโต รุกลามต่อไปในร่างกายเราได้อีก จนกระทั่งอาจหายจากโรคมะเร็งร้ายนี้ได้เลย