สุขภาพและความงาม » เยี่ยมมาก 6 สมุนไพรไทย ช่วยระบายท้อง แก้ท้องผูก หาง่ายใกล้ตัว

เยี่ยมมาก 6 สมุนไพรไทย ช่วยระบายท้อง แก้ท้องผูก หาง่ายใกล้ตัว

1 กันยายน 2017
1199   0

ท้องผูก เป็นอาการที่เรียกได้ว่าทรมานเลยหละ เพราะทั้งอึดอัด จะทำอะไรก็ไม่รู้สึกสบายตัว พอไปเข้าห้องน้ำการขับถ่ายก็ไม่ปกติขึ้นมาอีก พอเป็นแบบนี้บ่อย ๆ เข้า ก็ทำให้เริ่มคิดมาก เพราะกลัวโรคจะถามหาเอา เป็นแบบนี้นาน ๆ ไม่ดีแน่ ต้องหาตัวช่วย

 

วันนี้เรามีตัวช่วยดี ๆ กับ 6 สมุนไพรใกล้ตัวมาฝาก อาการท้องผูกของคุณ ๆ ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

1.เมล็ดทานตะวัน

น้ำมันจากเมล็ดและเมล็ดจะช่วยแก้โรคบิด ดอกและฝักช่วยการอาการบิดถ่ายเป็นเลือด และช่วยแก้อาการท้องผูกสำหรับผู้สูงอายุได้ ดอกทานตะวันช่วยขับลม แกนหรือไส้ลำต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร ขับนิ่วในไต นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ช่วยขับปัสสาวะได้ดี แก้ปัสสาวะขุ่นขาว แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเป็นเลือด อีกทั้งรากยังนำมาใช้เป็นยาระบาย และขับพยาธิไส้เดือนได้อีกด้วย

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : ใช้เมล็ดทานตะวัน 30 กรัม นำไปต้มพร้อมน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย เคี่ยวทิ้งไว้ราว 60 นาที จากนั้นยกลง รอจนอุ่น นำมาดื่มบ่อยๆ อาการถ่ายเป็นมูกเลือดจะค่อยๆ ทุเลาลงจนหายไปในที่สุด 

2.เมล็ดแมงลัก

นอกจากลำต้น ใบ ดอก และรากของต้นแมงลักจะมีสรรพคุณในการขับลม เป็นยาระบายช่วยลดไข้ได้แล้ว เมล็ดแมงลักยังสามารถนำมาใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนได้อีกด้วย

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : รับประทานเมล็ดแมงลักครั้งละ 1-2 ช้อนชา ด้วยการแช่น้ำให้พอง นำมาดื่มก่อนนอนวันละ 1 แก้ว จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดี แต่หากรับประทานมากจนเกินไปจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ไม่สบายท้องได้ การรับประทานเม็ดแมงลักในขณะที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ อาจเกิดการดูดน้ำจากกระเพาะอาหารทำให้เม็ดแมงลักจับตัวกันเป็นก้อนและอุดตันในลำไส้ ซึ่งอาจทำให้ท้องผูกได้เช่นกันหากรับประทานแบบผิดวิธี

 

 

3.สมอไทย

เป็นยาสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณในการแก้ไข้ ช่วยขับเสมหะทั้งยังมีสรรพคุณในการเป็นยาระบายได้อีกด้วย ส่วนประโยชน์อื่น ๆ เช่น ผลดิบกินเป็นผลไม้สด รสเปรี้ยวขมอมฝาด มีแทนนินเป็นจำนวนมาก หรือนำไปดองเกลือ ผลห่ามนำไปจิ้มน้ำพริก ผลอ่อนใช้เป็นยาระบาย ผลแก่เป็นยาฝาดสมาน แก้ลมจุกเสียด เยื่อหุ้มเมล็ดแก้ขัดและโรคเกี่ยวกับน้ำดี มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : นำเอาสมอไทยผลแก่จัดที่ยังดิบอยู่จำนวน 3-5 ผล มาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยรอจนเดือด เติมเกลือลงไปเล็กน้อย นำมาเทใส่ถ้วย รอจนอุ่น ดื่มครั้งละ 1 ถ้วย ก่อนอาหารในตอนเช้าจะช่วยระบายท้อง แก้อาการท้องผูก ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก

 

 

4.ขี้เหล็ก

เป็นยาสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณในการเป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่ายได้อย่างดี ใบขี้เหล็กช่วยแก้ท้องผูก ถ่ายเป็นเลือด เป็นยาระบายอ่อน ๆ และยังช่วยขับพยาธิ ป้องกันการอักเสบจากแผลในกระเพาะอาหาร รักษาอาการท้องผูก และยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้ด้วย นอกจากนี้การนำดอกและใบขี้เหล็กมาทำเป็นแกงรับประทานในเมื้ออาหารก็จะได้รสชาติที่อร่อยแถมยังช่วยในการขับถ่ายได้อีก

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : สามารถนำเอาดอกตูมและแก่นของต้นขี้เหล็กประมาณ 1 กำมือ มาล้างน้ำให้สะอาดนำไปต้มกับน้ำประมาณ 2 ถ้วย รอจนเดือด เติมเกลือเล็กน้อย ยกลงจากเตา รอจนอุ่นหรือเย็น รินเอาแต่น้ำดื่มครั้งละ 1  ถ้วย วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารในตอนเช้า จะช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก

 

 

5.มะตูม

มะตูมสุก เนื้อเละใช้รับประทานเป็นผลไม้ และใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โรคลำไส้ ตาแห้งไข้หวัดธรรมดา และยังใช้รักษาอาการท้องผูกเรื้อรังได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิต แก้ร้อนในกระหายน้ำแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ นอกจากนี้ คนไทยถือว่ามะตูมเป็นไม้มงคล นิยมปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านอีกด้วย 

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : นำผลสุกของมะตูมมาหั่นเป็นแว่นๆ นำไปตากจนแห้งรับประทานครั้งละ 1 แว่น โดยนำมาต้มกับน้ำ 1 ลิตร เติมน้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ รินดื่มแต่น้ำครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน จะช่วยให้ระบายท้อง และขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

 

 

6.ว่านหางจระเข้

ตัวยาจากยางสีเหลืองของว่านหางจระเข้ที่เรียกกันว่า “ยาดำ” นั้นมีสรรพคุณช่วยในการระบายท้อง รักษาอาการท้องผูก ช่วยในการขับถ่ายได้อย่างดี อีกทั้งขั้นตอนวิธีการทำ “ยาดำ” น้ำก็สามารถทำได้ด้วยตนเองแบบง่ายๆ มีการศึกษาวิจัยรายงานว่า วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะในวุ้นใบว่านหางจระเข้นอกจากจะมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้วยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย

 

วิธีการปรุงยาสมุนไพร : ตัดใบว่านหางจระเข้ที่โคนใบให้เป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วตัดให้น้ำยางสีเหลืองไหลลงในภาชนะ จากนั้นนำไปตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น นำไปเทลงในแม่พิมพ์ทิ้งไว้จนกว่าจะได้ก้อนยาดำที่มีสีน้ำตาลแดง ผิวมันเรียบ และมีกลิ่นและรสขมรุนแรงซึ่งอุดมไปด้วยสารเคมีในกลุ่ม G – glycoside หรือที่เรียกว่า barbaloin  ซึ่งมีสรรพคุณในการนำมาใช้เป็นยาถ่ายได้อย่างดีโดยรับประทานครั้งละประมาณ 1-2 เม็ด ที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว (ประมาณ 250 มิลลิกรัม) ในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหารจะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

เรียบเรียงข้อมูลโดย : siamzoneza

แสดงความคิดเห็น

advertise