สุขภาพ » 5 คำถามที่คนรักสุขภาพควรรู้ก่อนเลือกกิน

5 คำถามที่คนรักสุขภาพควรรู้ก่อนเลือกกิน

9 กันยายน 2017
281   0

Share on Facebook39Share on Google+0Tweet about this on Twitter

แค่รับประทานหรือกินไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากคือเราควรรู้ว่าเรากำลังรับประทานอะไร ดีหรือว่าไม่ดีต่อร่างกายยังไง ของ 1 ชนิดไม่ได้มีจุดบ่งชี้ว่าจะดีสำหรับทุกคน เพราะเราต่างก็รู้กันดีว่าในร่างกายของเรามันแตกต่างกันมากมายขนาดไหน รวมถึงโรคภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ ก็ตาม ทั้งหมดนี้สิ่งของที่เราจะรับประทานเข้าไปก็ควรเหมาะกับร่างกายของเราด้วย

 

ขนมปัง

 

จึงเป็นที่มาของคำถามที่คนรักสุขภาพอาจคาใจกับบางเรื่อง เราไปดูกันสัก 5 คำถาม ว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ระหว่างข้าวกับขนมปัง อย่างไหนกินแล้วอ้วนมากกว่ากัน

ข้าว 100 g. ให้พลังงาน 130 Kcal. ส่วนขนมปัง 100 g. ให้พลังงาน 264.6 Kcal. (อ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki/) ดังนั้นตามสัดส่วนแล้ว ขนมปังให้พลังงานมากกว่าข้าว แต่ทั้ง 2 ชนิดต่างก็มีคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน ให้พลังงานต่อร่างกายเหมือน ๆ กัน แต่จะมีความแตกต่างกันในสัดส่วนของปริมาณสารอาหารไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และไฟเบอร์ และเป็นที่รู้กันดีว่าในส่วนประกอบของขนมปังจะมี แป้ง น้ำตาล ผงฟู เนย สารอาหารอื่นๆ อาทิ  วิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ ร่วมด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปริมาณของแคลอรี่และส่วนประกอบแล้วย่อมมองเห็นได้ว่าขนมปังจะทำให้อ้วนได้มากกว่าข้าว

 

2.ผลไม้ควรกินตอนท้องว่างหรือหิว หรือว่ากินหลังอาหารจะดีกว่ากัน

จากข้อมูลหลาย ๆ ทาง มีหลากหลายแนวคิดสําหรับการกินผลไม้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถสนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับเวลาที่ควรกินผลไม้ที่จำเพาะเจาะลงไปได้ แต่หากจะวิเคราะห์ตามระบบการย่อยอาหารของร่างกายแล้ว การกินผลไม้ร่างกายของเราและตัวเราเองจะรู้สึกได้ถึงรสชาติแสนอร่อยคือจังหวะหิวและหลังอาหาร เนื่องจากผลไม้มีน้ำตาลและวิตามินสูง ดังนั้นเมื่อเราหิวจึงแสดงว่าร่างกายของเราต้องการน้ำตาล เมื่อเราได้น้ำตาลจากผลไม้ก็จะทำให้รู้สึกสดชื่นและหายหิวทำให้ความต้องการอาหารอื่นๆลดลงด้วย

 

ส่วนการบริโภคผลไม้หลังอาหารก็มีข้อดีคือ ผลไม้ประกอบด้วยวิตามินหลากหลายชนิด วิตามินบางประเภทต้องการไขมันในการช่วยดูดซึม ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค เพราะฉะนั้นถ้าเรากินผลไม้หลังอาหาร ก็จะเป็นการช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินเหล่านี้ได้ดีกว่าการกินผลไม้อย่างเดียวตอนท้องว่าง

 

3.เวย์โปรตีน กินแทนนมถั่วเหลืองได้หรือไม่

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเวย์โปรตีนไม่ใช่สารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการ แต่หากเรารู้สึกว่า เราทานอาหารหลักไม่ครบและต้องการกินอาหารเสริมหรือต้องการโปรตีนเป็นจำนวนมากก็สามารถทานเวย์โปรตีนเสริมได้เช่นกัน แต่เราต้องคำนึงว่าส่วนนี้จะไปสร้างภาระให้กับให้ระบบย่อยอาหารของเรามากขึ้น

 

ส่วนโปรตีนจากนมถั่วเหลือง เป็นสารอาหารที่หลาย ๆ ทางได้ยอมรับว่ามีประโยชน์สูงมาก ดูได้จากการทานมังสวิรัติที่แพร่หลายออกไปในวงกว้าง ซึ่งทุกระดับอายุก็เพิ่มความสนใจในการอาหารชนิดกันมากขึ้น  ที่สำคัญเป็นแหล่งโปรตีนที่มีราคาถูกและหาง่าย ยิ่งในยุคสมัยที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้นก็มีนมถั่วเหลืองออกสู่ตลาดในรูปแบบต่าง ๆ มากตามไปด้วย หากเราต้องการสุขภาพดีในระยะยาวราคาไม่แพงก็คงต้องเลือกนมถั่วเหลืองแล้วหละ

 

ซุปเปอร์ตีนไก่

 

4.กระดูกอ่อนในเนื้อสัตว์มีคอลลาเจนเสริมสร้างผิวพรรณให้สวยใสขึ้นจริงหรือไม่

อาหารเนื้อสัตว์จำพวก เนื้อไก่ กระดูกอ่อนไก่ เนื้อปลา ซี่โครงหมูหรือวัว จะมีคอลลาเจนอยู่ในนั้นด้วย มันคือโปรตีนที่เป็นเนื้อสีขาว เราจะสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า เวลาเราทำอาหารเช่น ซุปเปอร์ตีนไก่ พอต้มน้ำไปได้สักพักก็จะมีน้ำมันหรือวุ้น ๆ ลอยขึ้นมา ส่วนนั้นเลยคือคอลลาเจน แต่เราต้องทำความเข้าใจสักนิดหนึ่งว่า คอลลาเจนจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีก็ต้องมีวิตามินซีเป็นตัวนำจึงจะมีประสิทธิภาพ หากในอาหารมีรสชาติเปรี้ยวจะทำเป็นตัวนำคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดี

 

สิ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงคือ ในขาไก่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล ดังนั้นการรับประทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิต ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่ ๆ คอลลาเจนที่เราจะหาได้ง่าย ๆ ไม่ได้มีเฉพาะอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ก็พืชก็มีด้วยเช่นกัน เช่น สาหร่าย พืชตระกูลเห็ด หัวบุก ถั่วเหลือง แตงกวา มะกอก apple เพียงแต่ปริมาณของคอลลาเจนที่พบในพืชจะน้อยกว่าสัตว์เท่านั้นเอง

 

การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดระหว่างวัน และไม่รับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเจนเกินไป จะช่วยให้คอลลาเจนที่ร่างกายผลิตขึ้นมา คงอยู่ได้นานและส่งผลให้ผิวพรรณของเราสวยใสขึ้นได้

 

5.โกโก้เย็นดื่มทุกวัน วันละ 1 แก้ว มีโอกาสเป็นเบาเหวานหรือไม่

การรับประทานโกโก้วันละ1 แก้ว เท่ากับกินน้ำตาลในเกินในปริมาณที่เหมาะสมไปถึง 2 เท่าตัว และในโกโก้ก็ยังมีไขมันอยู่ในนั้นอีก และใน 1 วันเรายังต้องรับประทานอาหารอื่น ๆ ที่มีน้ำตาลร่วมด้วย ก็เท่ากับว่าร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลในระดับที่สูงมากจนเกินควร ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเปลี่ยนไปเป็นไขมัน และหากสะสมในปริมาณมากก็จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ในที่สุด

 

หากคุณเป็นคนที่ติดรับประทานโกโก้ทุกวัน จำเป็นอย่างยิ่งต้องออกกำลังกายเพื่อให้ระดับค่าน้ำตาลลดลง มิเช่นนั้นหากสะสมมาก ๆ แล้ว ไขมันจะแทรกซึมไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่ายกาย ไม่เพียงโรคเบาหวานเท่านั้น โรคไขมันในเส้นเลือด และโรคหัวใจ อาจถามหาเข้าอีกจนได้ ลดได้ควรลดก่อนที่สายเกินแก้

 

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ
รู้จักโรคมะเร็ง
กล้วยหอมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
8 ผัก 1 อาหาร ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ต้านอนุมูลอิสระ หาง่ายไม่แพงแน่นอน
สวยด้วยแพทย์ ไม่เข้าใจอย่าเพิ่งทำ อ่าน 5 วิธีนี้ให้จบก่อน พร้อม Tip ดี ๆ ก่อนพบแพทย์ผิวหนัง
ทำไมต้อง ข้าวโอ๊ต สำหรับมื้อเช้า อ่านจบแล้วเริ่มได้เลย
8 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ฉบับเบสิค คุณทำได้ คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง
โรคหิตจาง ต้องไม่พลาด 7 ผักผลไม้ต่อไปนี้ เพราะจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้
6 ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ ในการดื่มน้ำผักผลไม้และการกินอาหาร
9 วิธีแก้การกินอย่างไร้ประโยชน์ มากินให้ร่างกายแข็งแรงและได้รับประโยชน์สูงสุดกันดีกว่า
4 ช่วงอายุ กับการดูแลผิวให้เหมาะกับวัย และมารู้จักกับธรรมชาติของผิวเรากันบ้าง
11 ข้อควรรู้ โรคจิต โรคประสาท ใช่คุณหรือไม่ เช็คด่วน
4 วิธีที่ลดโรคร้าย และไลฟ์สไตล์ที่จะทำคุณมีอายุยืนยาว
7 อาหารที่ทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย แถมด้วยสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
5 ข้อต้องรู้ ก่อนทำศัลยกรรมแบบสวยสั่งได้และปลอดภัย
17 สรรพคุณของกุยช่าย ช่วยขับประจำเดือนที่ตกค้าง ขับพยาธิได้ดี
เจ็บคอ อย่าใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อเกินจำเป็น
แก้ไข กลิ่นตัว กลิ่นปาก ด้วยการล้างพิษในร่างกายให้เลือดสะอาดอยู่เสมอ
เริ่มกันเลย ปฏิบัติการเลิกสูบบุหรี่ด้วยวิธีง่าย ๆ
กานพลู แก้ปวดฟัน บรรเทาอาการไอ
Share on Facebook39Share on Google+0Tweet about this on Twitter