การเงิน » 7 ข้อคิด คิดให้ดี หากจะลาออกจากงานประจำ

7 ข้อคิด คิดให้ดี หากจะลาออกจากงานประจำ

9 พฤศจิกายน 2017
61   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

เหตุผลสำคัญที่ทำให้พนักงานเงินเดือนส่วนมากคิดจะลาออกกัน คืออยากลองหาอาชีพใหม่ หรืออยากมาทำฟรีแลนซ์บ้าง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน บางคนก็คิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเปิดร้านกาแฟ ทำค้าขายออนไลน์ ก็สุดแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ควรนำมาตัดสินใจก่อนจะลาออก เพราะไม่ใช่ว่าลาออกมาแล้ว จะรุ่งทุกคน เพราะฉะนั้นมาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่ควรนำมาคำนึงประกอบการตัดสินใจ

 

 

1.ค้นหาตัวเองเจอแล้วหรือยัง?

เป็นเรื่องแรกที่เราต้องตัดสินใจเลย  บางคนทำงานประจำก็พบว่าตัวเองไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่จะออกมาทำอะไร ก็ยังตอบไม่ได้ว่าตัวเองถนัดอะไรบ้าง หรือชอบอะไรเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงควรหากระดาษกับปากกามาลองจดดู ว่าคุณชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข หรือมีเงื่อนไขพิเศษอะไรบ้างที่ต้องการ เช่น ชอบทำงานตัดต่อวิดีโอ แต่ไม่อยากทำงานแบบเป็นกะ อยากทำงานอิสระ นั่นก็คือคำตอบที่แท้จริงของคุณแล้ว แต่ถ้าหากว่านั่งตั้งนาน แต่ยังนึกไม่ออกว่าตัวเองชอบอะไร (คนแบบนี้มีเยอะมาก) ก็ลองใช้วันหยุดด้วยการหากิจกรรมใหม่  ๆ ทำดู อาจจะได้คำตอบในเร็ววันก็ได้

 

2.ทำในสิ่งที่ถนัด

เมื่อเรารู้แล้วว่าเรารัก หรือชอบอะไร ก็ต้องมาดูความเป็นไปได้ว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ สมมติว่าคุณรู้ตัวแล้วว่าชอบ และอยากทำอาหาร แต่คุณไม่มีความสามารถในด้านนี้เลย ทอดไข่เจียวก็ยังไหม้ ลองทบทวนตัวเองดูว่ายังอยากเดินทางนี้อยู่หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ลองหาคอร์สเรียนพิเศษเพื่อฝึกทักษะเพิ่มเติมดู เพียงคอร์สเดียวเท่านั้นก็รู้เรื่องเลยว่า จะไปต่อหรือพอแค่นี้ แต่สำหรับคนที่มีความถนัดส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้เพราะงานประจำที่ทำอยู่ไม่เอื้ออำนวย ก็จงแสดงฝีมืออกมาให้เต็มที่ ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถสร้างรายได้ให้คุณได้มากกว่าการทำงานประจำเสียอีก

 

3.สะสมเงินออมสำรอง

อย่าลืมวางแผนการเงินให้ดี ว่าคุณมีรายจ่ายในแต่ละเดือนมากน้อยเพียงใด จากนั้นก็เก็บเงินออมให้คุณสามารถอยู่ได้อย่างน้อย 3-6 เดือนในระหว่างที่คุณค้นหาตัวเอง หรือค้นหางานใหม่อยู่ ยกตัวอย่าง เช่น หากคุณมีรายจ่ายเดือนละ 8,000 บาท คุณจะต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย 24,000 – 48,000 บาท หากยังไม่สามารถเก็บเงินจำนวนนี้ได้ ก็ขอให้ชะลอความคิดเรื่องจะลาออกไว้ก่อน เพื่อเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งคุณจะได้ลดความกังวลเรื่องเงินลงเมื่อถึงเวลาลาออกจริง ๆ

advertise

 

4.สร้างความหนักแน่นให้กับตัวเอง

เพราะคนส่วนมากเวลาที่คิดจะลาออก ก็จะเริ่มมีอาการลังเลจนทำให้กระทบกับการตัดสินใจเรื่องอื่น ๆ ตามไปด้วย และบางครั้งก็อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกรำคาญใจอีก เพราะฉะนั้น หากคิดจะทำอะไรก็ต้องทำไปเลย เช่นจะลาออก ก็ออกจริง ๆ จะออกไปทำอะไร ก็ไปทำ คุณจะได้ก้าวสู่เป้าหมายใหม่ได้ไวขึ้น โดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งที่เป็นอดีตอีกต่อไป แต่ถ้ายังไม่กล้าตัดสินใจแบบเด็ดขาด ก็ขอให้ทำงานกินเงินเดือนต่อไปก่อน

 

5.รู้จักคิดการณ์ใหญ่

ไม่ว่าจะคิดเล็ก คิดน้อย  หรือจะคิดใหญ่ มันก็ต้องออกแรงคิดเท่า ๆ กัน เพราะฉะนั้นจะดีกว่าหรือไม่ว่าคิดใหญ่ ๆ คิดกว้าง ๆ ไปเลยแต่คำว่าคิดใหญ่ในที่นี้ คือให้วางแผนทุกอย่างให้เห็นภาพรวม เพื่อที่เราจะได้ตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยากเปิดร้านรับสกรีนเสื้อ ก็อาจจะเริ่มจากการหาข้อมูลก่อนว่าตลาดชอบแบบไหน คนส่วนมากนิยมสกรีนลายเสื้ออะไร เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นนายตัวเองได้ โดยไม่ต้องง้อการทำงานประจำอีกต่อไป

 

6.ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

เรากำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทุกการสื่อสารสามารถทำได้ผ่าน Social Network เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเรียนรู้การใช้งาน Facebook , Line , Instargram และ Twitter ให้ต่างไปจากการพูดคุยแบบชีวิตประจำวันบ้าง เช่น นำมาใช้โปรโมทการทำงานของคุณหากคุณคิดจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือนำมาใช้โปรโมทธุรกิจของคุณเมื่อคุณเริ่มก่อตั้งแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เพราะทุกวันนี้ตลาดออนไลน์กลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของทุกความต้องการในชีวิต เพราะฉะนั้นจงควบคุมมันและใช้มันให้เกิดประโยชน์ อย่าปล่อยให้มันควบคุมคุณเพียงแค่เอาไว้ใช้ในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์เพียงเท่านั้น

 

7.พร้อมที่จะทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว

และเรื่องสำคัญลำดับสุดท้ายที่คุณต้องคำนึงก่อนที่จะลาออกจากการเป็นพนักงานกินเงินเดือน คือคุณพร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลาหรือไม่ เพราะโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถกลายเป็นสิ่งทำเงินให้กับคุณได้ถ้าคุณสามารถประยุกต์ใช้เป็น ยิ่งตอนนี้เรากำลังเข้าสู่โลกของดิจิตัล การทำงานแบบ No Mad กำลังแพร่กระจายไปในประเทศไทย คุณพร้อมจะเรียนรู้มันหรือไม่ถ้าต้องการทำงานแบบไร้กรอบ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศอีกต่อไป

 

เมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว จึงค่อยตัดสินใจลาออกจากงานก็ยังไม่สาย แต่ทั้งนี้อย่าลืมพิจารณาด้วยว่า เมื่อลาออกจากงานแล้ว งานใหม่ที่ทำนั้นจะมีความคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า และเป็นงานที่ตัวเองถนัดหรือมีความชอบหรือไม่

 

อ่านบทความการเงินอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter