สุขภาพ » 6 Tip ดูแลตัวเองและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

6 Tip ดูแลตัวเองและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

22 พฤศจิกายน 2017
279   0

Share on Facebook65Share on Google+0Tweet about this on Twitter

ระดับความดันโลหิตในร่างกายของคนเรามีความต่างกันซึ่งรวมไปถึงกรุ๊ปเลือดด้วย ดังนั้นการเลือกกินผักผลไม้และอาหารแทบทุกชนิดจึงไม่เหมือนกัน กรุ๊ปเลือดและความดันโลหิตที่ต่างกันทำให้ต้องเลือกผักผลไม้ที่ต่างชนิดรวมถึงปริมาณก็ย่อมไม่เท่ากัน และกรุ๊ปเลือดที่ต่างกันมีผลต่อการเลือกประเภทและปริมาณของผักผลไม้ ดังนี้

 

  • กรุ๊ป A กินผักหลากสีและผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานปริมาณมากๆ
  • กรุ๊ป B กินผักสดปริมาณน้อย แต่กินให้หลากชนิด กินผลไม้ได้ทุกประเภท
  • กรุ๊ป O ควรกินผักหลากสีปริมาณมากๆ และผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน
  • กรุ๊ป AB ควรกินผักหลากสีปริมาณมากๆ กินผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานแต่ปริมาณน้อย

 

จากข้อความข้างต้นเป็น Tip เกี่ยวกับกรุ๊ปเลือดและยังมีความเกี่ยวเนื่องมาถึงปัญหาการกินและการใช้ชีวิตของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ต้องเลือกและต้องดูแลกันเป็นพิเศษ

 

 

 

เรามาดู 6 Tip เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงไปนาน ๆ

 

1.ปรึกษาผู้ชำนาญการด้านโภชนาการศาสตร์ทันที หากผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีปัญหาโรคหัวใจร่วมด้วย

ถ้าความดันโลหิตเกิน 150 ต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อแพทย์จะได้ให้ยาลดความดัน ช่วยคุณควบคุมความดันโลหิตไว้ชั่วคราว ขณะเดียวกันต้องรีบหาผู้ชำนาญด้านการโภชนาศาสตร์ทันทีด้วยเช่นกัน เพื่อขอคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนนิสัยการดื่มกิน เช่นน้ำผักผลไม้ธรรมชาติเพื่อมาปรับสมดุลของร่างกาย ปรับความดันโลหิต จึงจัดเป็นวิธีรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง

 

2.กินอาหารอินทรีย์ตามวิถีธรรมชาติบำบัด ดื่มน้ำผักผลไม้บำรุงสุขภาพและหัวใจ

การใช้ยาควบคุมความดันระยะยาวไม่ใช่การแก้ปัญหาความดันโลหิตสูง ตลอดจนความสมดุลในร่างกายอย่างแท้จริง การใช้ยาลดความดันระยะยาวจะนำมาซึ่งปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นต่อผู้ป่วยจนอาจเกิดภาวะวิกฤต เช่น สมรรถภาพของตับและไตผิดปกติเสมอ สภาพทางเพศเสื่อมถอย ต้องล้างไต ปวดหน้าอก โรคหัวใจกำเริบ หรือโรคลมปัจจุบัน เป็นต้น ซึ่งล้วนมีอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการกินอาหารอินทรีย์ตามวิถีธรรมชาติบำบัด ดื่มน้ำผักผลไม้บำรุงสุขภาพ และน้ำผักผลไม้บำรุงหัวใจและหลอดเลือดอย่างถูกต้องจะทำให้ให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยสมดุลได้

 

3.กินสารเสริมอาหารธรรมชาติ เลี่ยงอาหาร มัน ปิ้ง ย่าง ทอด ผัด อาหารรสค็มและออกกำลังกาย

งดอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง ทอด ผัด โดยเด็ดขาด พยายามไม่กิน ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วพิสตาชิโอ เป็นต้นขณะเดียวกัน ควรกินผักผลไม้ให้หลากหลายโดยเฉพาะ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง บวบ แตงร้าน มะระ ลูกเดือย เห็ดหูหนูดำ เห็ดหูหนูขาว เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ บักวีต ผลกีวีสีเขียว กล้วยหอม แครอท แตงโม ผักชี กระเทียม พร้อมกินสารเสริมอาหารธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อหลอดเลือดเพื่อปรับสภาพร่างกาย และออกกำลังกายกลางแดด เช่น เดินเร็ววันละ 30 นาที ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว และพยายามให้ถ่ายอุจจาระวันละ 3-4 ครั้งอย่างต่อเนื่อง จึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความดันโลหิตอย่างแท้จริง

 

4.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่การกิน การใช้ชีวิตที่จะส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโดยเร็ว เช่น บริโภคอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน ให้ลดน้อยลง ลดบริโภคอาหารที่มีรสจัด (เค็มจัด หวานจัด) ลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และหันมาบริโภคผักผลไม้ที่มีกากใยมากยิ่งขึ้น รับประทานอาหารพวกชีวจิต และก็เพิ่มการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยได้เป็นอย่างมาก ซึ่งที่กล่าวมายังไม่หมดเพราะยังมีหลายๆปัจจัยที่ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงได้อีก หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของเราได้ ชีวิตเราจะดีขึ้น เพราะถ้าเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว โรคต่างๆมักจะตามมาอีกหลายโรค ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะดูคุ้มค่าต่อชีวิตมากที่สุด

 

 

5.เรียนรู้เรื่อง “สารลดความดันโลหิต” เพื่อจะได้หามารับประทานและนำไปใช้ให้ถูกต้อง

  • โพแทสเซียม จะทำให้ความดันลดลง เนื่องจากเมื่อร่างกายมีโพแทสเซียมสูงเกินไปจะถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ จึงทำให้ของเหลวในเลือดและปริมาณเลือดลดลง และอีกทั้งโพแทสเซียมยังทำให้หลอดเลือดขยายตัวอีกด้วย จึงส่งผลให้ความดันลดลง
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ อโวคาโด กล้วย มันฝรั่ง ผักใบเขียว ถั่วฝักยาว น้ำผลไม้สด ปลาชนิดต่าง ๆ
  • ไคนิน เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว โดยไคนินนั้นถูกย่อยสลายมาจากไคนิโนเจน ซึ่งในกระบวนการนี้จะช่วยให้เกิดการขับโซเดียมส่วนเกินของร่างกายออกอีกด้วย จึงทำให้ความดันลดลงได้
  • โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) สารชนิดนี้มีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายปัสสาวะและขับของเสียออกจากร่างกายมากขึ้น
  • เอเทรียลเนทริยูเรติกเพบไทด์ (Atiral Natriuretic Peptide) สารนี้จะถูกหลั่งออกมาโดยหัวใจห้องบนซึ่งมีผลทำให้เกิดการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น และทำให้หลอดเลือดขยายตัวขึ้น

 

6.อาหารเสริมโกรทฮอร์โมนช่วยฟื้นฟูเซลล์เสื่อมในโรคความดันโลหิตสูงได้

ในอาหารเสริมจีเอชทรียังรวมกรดอะมิโนและวิตามินต่างๆ เช่น แอลกลูตามีน แอลไลซีน แอลไกลซีน แอลออร์นิทีน แอลคาร์นิทีน แอลอาร์จินีน เวย์โปรตีน เป็นต้น ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการบำรุงต่อมใต้สมองให้หลั่งโกรทฮอร์โมนได้ดีขึ้น ซึ่งโกรทฮอร์โมนนี้ นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าเป็นฮอร์โมนมหัศจรรย์ที่ช่วยย้อนวัยร่างกายให้กลับเป็นหนุ่มสาว ฟื้นฟูเซลล์ต่างๆจากความเสื่อมที่สะสมมาหลายปีให้กลับไปแข็งแรงเหมือนเมื่อยังเยาว์วัย ส่งผลให้โรคและอาการต่างๆที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของร่างกาย ที่เรียกรวมกันว่า โรคชราภาพ และรวมถึงอาการต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เช่น ผิวหนังเหี่ยวย่น ฝ้ากระ อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ระบบการเผาผลาญที่แย่ลง น้ำหนักขึ้นง่ายลงยาก อาการนอนไม่หลับ เป็นต้น

 

อาหารเสริมบำรุงการหลั่งโกรทฮอร์โมนจะช่วยฟื้นฟูเซลล์ให้ที่เสื่อมให้กลับมาแข็งแรง ทำให้กระบวนการทำงานและรักษาสมดุลสุขภาพของร่างกายดีขึ้น และเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นการช่วยฟื้นฟูตั้งแต่ต้นตอของการเกิดโรคและอาการต่างๆ ดังนั้นในผู้ที่สะสมความเสื่อมของเซลล์ยิ่งมากเท่าไร การทานอาหารเสริมโกรทฮอร์โมนก็จะยิ่งเห็นผลชัดเท่านั้นในการย้อนวัยและป้องกันและฟื้นฟูโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

 

ข้อแนะนำ :

หากรู้สึกมีอาการใด ๆ ไม่ปกติกับร่างกายหายห้ามเพิกเฉยอย่างเด็ดขาด อย่างแรกก็คือ ถ้าหากเราเพิกเฉยเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีภาวะเสริมเรื่อง “ความเครียด” และ “การอดนอน” มาเป็นตัวสนับสนุนก็จะทำให้ความดันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นอันตรายได้ในชั่วข้ามคืน หรือ แม้กระทั้งการเดินตากแดดในอากาศที่ร้อนๆ จัด     ก็เป็นตัวเสริมให้ความดันเพิ่มขึ้นสูงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากความดันคุณขึ้นไปเกินกว่า 180 แล้ว อาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ เช่น คุณอาจจะพบว่าอยู่ดีๆ แขน และ ขา อ่อนแรง , ตัวชาไปครึ่งซีก , เดินเซจนไม่สามารถพยุงตัวเองให้ยืนอยู่ได้ , หรือ ในบางรายอาจถึงขั้นปากเบี้ยว เมื่อเส้นเลือดในสมองแตก ถ้าโชคดีนอนในโรงพยาบาลรักษาตัว พักฟื้นซักระยะ แล้วทำกายภาพบำบัด ก็สามารถกลับมาเป็นปรกติได้ แต่ถ้าโชคร้าย เมื่อนำส่งโรงพยาบาลคุณหมอวินิจฉัยว่าให้เวลาญาติตัดสินใจใน 3 ชม เพื่อการผ่าตัดสมองเนื่องจากมีเลือดคั้งอยู่ภายในซึ่งหลังจากการผ่าตัดสมองแล้ว คุณก็ต้องมาหัดเดินกันใหม่เลย จากการศึกษาข้อมูลของผม พบว่าเคยมีคนที่อายุ 30 กว่าๆ ที่เส้นเลือดในสมองแตกจนปากเบี้ยวมาแล้ว  ( ดังนั้นภาวะนี้ไม่ได้เกิดกับเฉพาะคนแก่อย่างเดียวแน่นอน )

 

ที่มาและการอ้างอิง

100 คำถามเจาะลึกเพื่อสุขภาพ โดย Dr.Tom Wu

https://pantip.com/topic/33508851

https://pantip.com/topic/31170996

http://www.growthhormoneplus.com/ความดันสูง/

 

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

 

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

26 ประโยชน์ของมะเขือเทศ
ความผิดพลาดที่ห้ามมองข้าม กินอาหารให้ถูกต้องช่วยให้คุณรักษารูปร่างและความแข็งแรงไว้ได้
5 วิธีแก้ปัญหาโรคซึมเศร้า จากเรื่องจริง มันเป็นโรคที่คนเป็นรู้สึกอ้างว้างและเดียวดาย แต่ไม่ได้อ่อนแอ...
อ่านก่อนไปฟอกสีฟัน อยากฟันขาวแล้วฟอกสีฟัน ฟันจะขาวขึ้นแค่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เท่านั้น
มาทำความเข้าใจปัญหา เหงือกร่นจนฟันสึกเป็นร่อง อุดได้หรือไม่
เข่าเสื่อม โรคที่เป็นแล้วทรมาน มาดูแลรักษาอาการอย่างถูกวิธี
บัญญัติ 10 ประการสำหรับการดื่ม น้ำผักผลไม้สด
8 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ฉบับเบสิค คุณทำได้ คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง
6 ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ ในการดื่มน้ำผักผลไม้และการกินอาหาร
11 ข้อควรรู้ โรคจิต โรคประสาท ใช่คุณหรือไม่ เช็คด่วน
กาลามสูตร  10 ประการ กับการรักษาผู้ป่วย โดยต้องนึกถึงประโยชน์ของผู้ป่วยอันดับแรก
4 วิธี ทำความเข้าใจให้ถูกต้องเรื่องผิวหน้า
บุหรี่ไฟฟ้า มีสารนิโคตินมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดในร่างกายบีบตัว อันตรายถึงชีวิต
รู้จัก "โรคภูมิแพ้" และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
4 วิธี การใช้ยาให้ถูกต้องปลอดภัย
เห็ดหลินจือ ยับยั้งเชื้อ HIV-1 และช่วยต้านมะเร็ง
ชาคาโมมายล์ ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ อาการปวดเกร็งหน้าท้องจากการมีประจำเดือน ช่วยให้หลับสบาย
แก้ไข กลิ่นตัว กลิ่นปาก ด้วยการล้างพิษในร่างกายให้เลือดสะอาดอยู่เสมอ
เริ่มกันเลย ปฏิบัติการเลิกสูบบุหรี่ด้วยวิธีง่าย ๆ
กานพลู แก้ปวดฟัน บรรเทาอาการไอ
Share on Facebook65Share on Google+0Tweet about this on Twitter