สุขภาพ » โรคหิตจาง ต้องไม่พลาด 7 ผักผลไม้ต่อไปนี้ เพราะจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้

โรคหิตจาง ต้องไม่พลาด 7 ผักผลไม้ต่อไปนี้ เพราะจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้

23 พฤศจิกายน 2017
358   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter

โรคโลหิตจาง ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกินอาหารที่มีธาตุเหล็ก เพื่อบำรุงเลือด อาหารที่มีธาตุเหล็กเยอะๆก็จะเป็นพวก ตับ เครื่องใน ผักใบเขียว ส่วนวิตามินสำหรับบำรุงเลือดก็คือ โฟลิค นอกจากนี้ยังมีผักผลไม้อีก 7 ชนิดที่แนะนำ เพราะจะทำให้อาการดีขึ้นได้พร้อมทั้งมีสุขภาพแข็งแรงไปพร้อม ๆ กันด้วยเลย

 

 

1.อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

  • ประเภทผัก ผักที่มีธาตุเหล็กสุงได้แก่ ผักกูด ถั่วฟักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง พริกหวาน ใบแมงลัก ใบกะเพราะ ผักเม็ก มะกอก ยอดกระถิน ดอกโสน ต้นหอม มะเขือพวง ใบขี้เหล็ก มะเขือเทศ ผักกาดหอม ฟักทอง มันเทศ เผือก และผักใบเขียวชนิดอื่นๆ
  • เนื้อสัตว์ ธาตุเหล็กพบมากในเนื้อสัตว์ด้วยเช่นกัน เนื้อสัตว์ที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ หมู ไก่ กุ้ง หอย ปลา ไข่ และตับ เป็นต้น
  • ธัญพืช มีธาตุเหล็กที่พบมากใน ถั่ว ลูกเดือย งา พุทธาจีน

 

2.กุยช่าย

กุยช่าย เป็นสมุนไพรประเภทพืชผักสวนครัวที่มีลำต้นสีเขียว มีกลิ่นฉุนคล้ายกับต้นหอมมักนิยมนำมารับประทานทั้งต้น เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยามากมาย หลายประการ กุยช่ายมีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและลดโรคโลหิตจาง ใช้เป็นยาห้ามเลือด ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นประสาท ช่วยให้ลำไส้บีบตัว ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาอาการท้องผูก รักษาโรคกระเพาะอักเสบ รักษาโรคบิด โรคริดสีดวงทวาร บรรเทาอาการปวดท้องในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน รักอาการมุตกิตหรือระดูขาวในสตรี อักทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นยาใช้ทาภายนอก แก้อาการฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก ปวดบวม และแมลงสัตว์กัดต่อยได้อีกด้วย

 

3.องุ่น

เป็นผลไม้ลูกกลมๆ รวมอยู่เป็นพวง มีทั้งสีเขียวและสีม่วง รสหวานอมเปรี้ยว รับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งผลสด ผลแห้ง เช่น ลูกเกด หรือจิบเป็นไวน์ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ “เนื้อองุ่น” มีน้ำตาลให้พลังงานแก่ร่างกายรับประทานแล้วช่วยให้ย่อยง่าย ผู้ต้องการลดน้ำหนักโดยใช้วิธีการอดอาหารเพื่อล้างพิษ ให้รับประทานองุ่นเพียงอย่างเดียวทุก 10 วัน จะช่วยบำบัดโรคผิวหนัง โรคทางเดินปัสสาวะ โรคไขข้ออักเสบ โรคเกาต์ ได้อย่างดี เพราะ “องุ่น” เป็นผลไม้ที่ช่วยชะล้างทำความสะอาดอวัยวะภายใน สำหรับ “เมล็ดองุ่น” ก็ยังนำมาตำพอกรักษาแผลสดและห้ามเลือดได้ “องุ่น” เป็นผลไม้ให้พลังงานเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้ ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ก่อนทานทุกครั้งควรจะล้าง “องุ่น” ให้สะอาดหลายๆครั้ง เพราะองุ่นจะมียาฆ่าแมลงสะสมอยู่ค่อนข้างมาก

 

4.บร็อคโคลี่

“บร็อกโคลี” เป็นผักตระกูลกะหล่ำ อีกชนิดหนึ่งคล้ายกับดอกกะหล่ำของไทยเรา แต่มีสีเขียว และรสหวานกรอบกว่า อุดมไปด้วยวิตามินบี 2 วิตามินซีและโฟลิก ที่ช่วยในการบำรุงประสาทลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ช่วยลดคอลเลสเตอรอลและลดความดันโลหิตเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทั้งยังเป็นอาหารต้านมะเร็งอีกด้วย

การรับประทานผักใน “ตระกูลกะหล่ำ” มากๆช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ได้ โดยเฉพาะ “บร็อคโคลี” ซึ่งมีวิตามินเอสูง และอุดมด้วยเหล็ก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลีย ทั้งยังใช้รักษาอาการปวดข้อ ปวดเข่า โรคเก๊าท์ โรคเกี่ยวกับระบบประสาทรักษาโรคอัลไซเมอร์ และยังช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย

 

 

5.กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นอาหารต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม เพราะนอกจากเป็นผักใบเขียวเกือบขาวที่รสหวานกรอบสามารถรับประทานได้ทั้งสดและปรุงสุก แล้วการรับประทาน “น้ำกะหล่ำปลี” คั้นสดๆเป็นประจำ ยังช่วยในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย กะหล่ำปลีอุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ลดความเครียดและต้านทานโรคหัวใจ

ทั้งนี้ จากผลการวิจัยพบว่า การกินกะหล่ำปลีมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ จะลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ในผู้ชายได้ถึงร้อยละ 66 ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ไม่ควรกินกะหล่ำปลีสดมากเพราะจะมีสาร Goitrigen ซึ่งถ้ามีมากเกินไปจะขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ อีกทั้งสารกลูโคไซโนเลตไพรกอนทรินใน กะหล่ำปลีดิบ ยังเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารไอโอดีนดังนั้นผู้ที่ชอบรับประทานกะหล่ำ “ปลีดิบสด” และรับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆอาจจะทำให้เป็นโรคคอพอกได้

ไม่เพียงแค่ที่กล่าวมาแล้วนี้เท่านั้นแต่ไม่ “กะหล่ำปลี” แทบทุกชนิดเช่น กะหล่ำปลีปม กะหล่ำปลีดาวกะหล่ำปลีรูปหัวใจ หรือแม้แต่ กะหล่ำปลีม่วง เองก็ตาม ต่างก็มีคุณสมบัติในการป้องกันและยับยั้งการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่กระเพาะอาหาร เต้านม มดลูก รังไข่ และยังมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย และถ้ารับประทานกะหล่ำปลี (ปรุงสุก) เป็นประจำยิ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับในการขับสารพิษได้ดียิ่งขึ้น

 

6.ปวยเล้ง

เป็นผักก้านเรียวยาว มีใบใหญ่อุดมไปด้วยวิตามินบี 2 วิตามินซี กรดโฟลิก เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง รวมทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทั้งยังอุดมด้วยธาตุเหล็กและคลอโรฟีลล์ จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลีย และมีอาการเครียด นอกจากนี้ “ปวยเล้ง” ยังมีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา ถนอมผิวพรรณ และต้านทานมะเร็งได้อีกด้วย

 

7.อะโวคาโด

เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดชนิดหนึ่ง “อะโวคาโด” มีแคลอรีสูง และอุดมไปด้วยไขมมัน (แต่ก็เป็นไขมันที่ย่อยง่าย) ซึ่งมีประโยชน์ในการต่อต้านแบคทีเรีย เหมาะสำหรับผู้ป่วยเพิ่งฟื้นไข้ เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณและต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งอะโวคาโดยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ สูงด้วยเช่นกัน อาทิ เป็นแหล่งรวมของวิตามินบี 6 ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม

ฟอสฟอรัส เปรียบเสมือนผู้ช่วยของ แคลเซียม ที่ทำหน้าที่เสริมสร้างกระดูและฟันให้แข็งแรง ช่วยในการถ่ายทอดรหัสทางพันธุกรรม มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ช่วยในการบำรุงเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง รวมทั้งช่วยบำรุงร่างกายไม่ให้รู้สึกเหนื่อยง่าย วิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา และฟื้นฟูสภาพผิวหนังให้ชุ่มชื่น และ โพแทสเซียมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และลดความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย โดยหากร่างกายขาดโพแทสเซียม จะทำให้อ่อนเพลีย มีอาการหดหู่และระบบทางเดินอาหารบกพร่อง

“ผลอะโวคาโด” สามารถนำมาใช้พอกหน้าก่อนนอน เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสาวผิวแห้งได้ นอกจากนี้ ผลอะโวคาโคยังสามารถนำมารับประทานได้ โดยนำมาใส่ในยำ เครื่องเคียงสเต๊ก หรือจะโขลกใส่น้ำพริกก็ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการปรุงสุกก่อน เพราะรับประทานดิบๆ ไม่ได้

 

ที่มาและการอ้างอิง

หนังสือรู้ทันโรคบริโภคสมุนไพร ผู้แต่ง อารีรัตน์

https://www.pobpad.com/

 

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

รู้เท่าทัน อาหารควบคุมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
มาทำความเข้าใจปัญหา เหงือกร่นจนฟันสึกเป็นร่อง อุดได้หรือไม่
ปวดข้อ 4 จุดสำคัญในร่างกาย ที่พบบ่อย แล้วอะไรคือสาเหตุ
อาการคันที่จุดซ่อนเร้น อาจเป็นเพราะ “รา” มารบกวนคุณเข้าให้แล้ว
สวยด้วยแพทย์ ไม่เข้าใจอย่าเพิ่งทำ อ่าน 5 วิธีนี้ให้จบก่อน พร้อม Tip ดี ๆ ก่อนพบแพทย์ผิวหนัง
ทำไมต้อง ข้าวโอ๊ต สำหรับมื้อเช้า อ่านจบแล้วเริ่มได้เลย
มาดูว่า รูปร่างของคุณเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง หุ่นดี ๆ ก็เสี่ยงต่อโรคเช่นกันนะจ๊ะ
5 คำถามที่คนรักสุขภาพควรรู้ก่อนเลือกกิน
กระชายยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจได้ดีไม่แพ้โสม และอีก 6 สุดยอดสมุนไพรไทยช่วยขับลม
8 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ฉบับเบสิค คุณทำได้ คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง
5 สมุนไพรไทย ที่มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง หากินง่ายใกล้ตัวมาก
6 วิธีเลือกผักผลไม้มารับประทาน เพื่อชะลอความชรา
16 ข้อควรรู้ เข้าใจผู้ป่วยโรคจิตเภทเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้
12 สมุนไพรในครัว จาก “สมุนไพรธรรมดา” สู่คำว่า “ยาสมุนไพร”
17 สรรพคุณของกุยช่าย ช่วยขับประจำเดือนที่ตกค้าง ขับพยาธิได้ดี
แคลเซียม ช่วยรักษาอาการเต้นของหัวใจ ป้องกันการเกร็งตัว และเป็นตะคริว
ออกกำลังกาย ช่วยหลั่งโกร๊ทฮอร์โมน คืนสุขภาพวัยเยาว์ให้กลับมา
ชาคาโมมายล์ ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ อาการปวดเกร็งหน้าท้องจากการมีประจำเดือน ช่วยให้หลับสบาย
สีของปัสสาวะบอกโรคได้ สังเกตด้วยตัวเองแต่เนิ่น ๆ
กานพลู แก้ปวดฟัน บรรเทาอาการไอ
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter