สุขภาพ » โรคภัยต่างๆ » 11 ข้อควรรู้ โรคจิต โรคประสาท ใช่คุณหรือไม่ เช็คด่วน

11 ข้อควรรู้ โรคจิต โรคประสาท ใช่คุณหรือไม่ เช็คด่วน

20 กุมภาพันธ์ 2018
166   0

Share on Facebook240Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

 

แต่เดิมเราเชื่อว่าอาการเจ็บป่วยทางจิตเกิดจากวิญญาณภูตผีปีศาจถูกกระทำ เมื่อโลกพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการสูงขึ้นทำให้เกิดความเข้าใจสมมติฐานของโลกว่า โรคทางจิตใจนั้นเกิดมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางสรีรวิทยา รวมถึงปัญหาทางจิตและสังคม ความผิดปกติทั่วไป จะแสดงออกมาทางพฤติกรรมทำให้เราสามารถสังเกตได้ว่ามีความผิดปกติจากบุคคลทั่วไปได้

 

 

1.โรคทางจิตเวชรวมไปถึง โรคจิต โรคประสาท และปัญญาอ่อน

โรคทางจิตเวชจะรวมความเจ็บป่วยทั้งที่เป็นโรคจิตโดยตรง โรคประสาทและปัญญาอ่อนเข้าไปด้วยได้ โดยทั่วไปเราจะเน้นถึงโรคจิตและโรคประสาทที่มักจะพบในผู้ใหญ่ที่มักจะแสดงอาการถึงความผิดปกติของจิตใจอารมณ์ความคิดและพฤติกรรม โรคทางจิตเวชสามารถป้องกันได้ในประการแรกคือ

  • การป้องกันอันตรายหรือแรงบีบคั้นทางสังคมที่จะทำให้เกิดความเครียด
  • ลดความเสี่ยงด้วยการไม่ข้องแวะกับภาวะเครียดโดยไม่จำเป็น
  • สร้างเสริมความมีสุขภาพจิตที่ดีโดยตนเองและครอบครัวเป็นหลัก
  • ใส่ใจต่อปัญหาทางจิตใจของตน รีบแก้ไขบริหารจิตใจทุกสิ่งก็ไม่สายเกินแก้

ดังนั้น เราไม่ควรกลัวในสิ่งที่ยังไม่รู้เพื่อแก้อาการกลัว พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าจงดับอวิชชาเสียแล้วมาเป็นผู้มีวิชา ครองชีวิตอยู่อย่างเข้าใจเท่านั้น ท่านจะได้ความสุขที่สมบูรณ์อย่างคนมีปัญญา โรคประสาทก็จะไม่ถามหาและนับวันจะไกลจากคุณทุกคน สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขหากเข้าใจแก่นแท้ของชีวิตจริงๆ

 

2.โรคจิตทำให้ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจสูง

โรคจิต Psychosis เป็นโรคทางจิตเวชกลุ่มหนึ่งที่มีอาการรุนแรง จนทำให้ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ จนไม่สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติในชีวิตประจําวันเหมือนคนในสังคมทั่วไป มีลักษณะที่สำคัญของโรคจิต 3 อย่างคือ

  1. เสียการรับรู้ความเป็นจริง reality testing ทำให้ผู้ป่วยแยกไม่ออกระหว่างความเป็นจริงกับความคิดเพ้อฝัน บางครั้งทำให้เกิดอาการที่เรียกว่าประสาทหลอนหรือหลงผิด
  2. เสียการหยั่งรู้ตนเอง insight ทำให้ผู้ป่วยไม่ยอมรับว่าตนป่วยหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตนและส่วนมากไม่ยอมรับการรักษา
  3. มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมจนเห็นได้ว่าเบี่ยงเบนไปจากปกติของคนทั่วไปในสังคม เช่น ผู้ป่วยไม่อาบน้ำ ไม่แปรงฟัน เก็บของตามกองขยะกิน ทั้งที่ที่มีฐานะพอจะซื้อกินได้ หรือนอนตามข้างถนนทั้ง ๆ ที่มีบ้านอยู่เป็นต้น

 

3.โรคจิตมีทั้งสาเหตุทางกายและสาเหตุทางใจ

  • สาเหตุทางกายของโรคจิตที่พบได้บ่อย ได้แก่ การใช้สุรา ยาบ้า กัญชา การทำให้เกิดประสาทหลอนเช่น LSD นอกจากนั้น โรคทางกายทุกอย่างมีผลให้การทำงานของสมองเปลี่ยนไป สามารถทำให้เกิดโรคจิตได้ เช่น โรคลมชักมาลาเรียขึ้นสมอง ซิฟิลิสขึ้นสมอง เป็นต้น
  • สาเหตุทางใจของโรค มักเกิดจากความกระทบกระเทือนใจที่เกิดขึ้นในระดับต้นของชีวิต หรือมีความผิดปกติในการเลี้ยงดู ทำให้มีการพัฒนาของจิตใจไม่ดีมาตั้งแต่ต้น ทำให้สัมพันธภาพกับพ่อแม่และบุคคลทั่วไปไม่ดีมีแนวโน้มต่อการเป็นโรคจิตในระยะต่างๆ

เราจะเห็นได้ว่าอาการของโรคจิตจัดอยู่ในขั้นที่หนักหนาเอาการอากา รแบบนี้ เราเรียกว่า วิกลจริต หรือ “เพี้ยน” ส่วนคำว่า “บ้า” เป็นคำที่มีความหมายกว้างมาก “บ้า” บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคจิต เช่น บ้าหวย บ้ากาม บ้าน้ำลาย เป็นต้น

 

4.โรคประสาทจะมีอาการวิตกกังวลมากเป็นพิเศษโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

โรคประสาท  Neurosis เป็นโรคทางจิตเวชกลุ่มหนึ่ง ที่ผู้ป่วยสามารถรับรู้สภาพความเป็นจริง มีการหยั่งรู้ตนเองดี คือ รู้ว่าตนเองเจ็บป่วยและพฤติกรรมไม่ผิดปกติไปมากจนไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม อาการที่สำคัญของโรคประสาท คือ อาการวิตกกังวลซึ่งอาจแสดงออกมาโดยตรงหรือเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบอื่นโดยอาศัยกลไกทางจิต บางครั้งอาจแสดงออกมาเป็นอาการทางกาย โดยที่ไม่ได้มีโรคทางกายจริงๆ

ผู้ป่วยโรคประสาทอาจรู้สึกวิตกกังวลโดยไม่ทราบสาเหตุ คือ ไม่รู้ว่าตนกังวลเพราะเรื่องอะไร บางครั้งก็โดยไม่สมเหตุสมผล และตนเองก็รู้ว่าไม่น่าจะต้องกลัว ผู้ป่วยบางรายมีอาการย้ำคิดย้ำทำ คือคิดอะไรซ้ำๆ ซากๆ โดยที่ผู้ป่วยเองก็ไม่ต้องการคิดหรือทำอย่างนั้น แต่ไม่สามารถหยุดยั้งความคิดของตนเองได้ ดังนั้นผู้ป่วยอาจรู้สึกหงุดหงิด โกรธง่าย ตกใจง่าย ตึงเครียด บางทีรู้สึกตึงไปทั้งตัวหรืออ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรงไม่นอนหลับ

อาการทางกายอาจมีได้หลายอย่าง เช่น ปวดหัว เวียนหัว มึนงง ปวดกล้ามเนื้อ เป็นลม ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกที่คอ แน่นหน้าอก แน่นท้อง ชาตามตัวชาตามแขนขา กลัวหัวใจหยุดเต้น กลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือกลัวจนเป็นบ้าเสียสติไปเลย

 

5.โรคประสาทเกิดจากความขัดแย้งในจิตใจในระดับจิตใต้สำนึก

โดยมากเป็นเรื่องที่เก็บกดไว้ในจิตใจตั้งแต่วัยเด็ก แล้วมาได้รับความกระทบกระเทือนใจซ้ำอีกในวัยผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการโดยที่เรื่องราวที่มากระทบอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่รุนแรงนัก หรือเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยคาดหมายไปล่วงหน้าโดยที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดังจะเห็นได้ว่าอาการของโรคประสาททำให้ผู้ป่วยเดือดร้อนหรือทุกข์ทรมานได้ แต่ผู้ป่วยยังรับรู้ว่าตนป่วยแม้บางครั้งจะไม่รู้ว่าตนป่วยเพราะอะไรหรือเป็นอะไรกันแน่

 

6.โรคจิตและโรคประสาทรักษาได้โดยการใช้การบำบัดทางจิตใจเข้าช่วย

  • ผู้ป่วยโรคจิตมักไม่ยอมมารักษาเพราะคิดว่าตนไม่เป็นอะไร ซึ่งอาจจะต้องใช้การบังคับหรือให้อยู่ในโรงพยาบาลในระยะแรกและให้ยารักษาโรคจิตจนกว่าอาการจะดีขึ้น แล้วจึงพิจารณาว่าควรให้ยาไปทานนานเท่าใด แล้วแต่ลักษณะของโรคจิตชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ผู้ป่วยโรคประสาทนั้นควรได้รับการรักษาด้วยวิธีทางจิตใจเป็นอันดับแรก ซึ่งอาจใช้จิตบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตนเองและรู้ว่ามีความขัดแย้งที่เก็บกดไว้ในจิตใจจะได้แก้ไขให้ตรงจุด แต่ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถใช้จิตบำบัดได้ เพราะพื้นฐานทางจิตใจแต่ละรายไม่เหมือนกัน อาจใช้ยาคลายกังวลหรือยาแก้เศร้าตามความจำเป็น โดยทั่วไปแล้วสามารถรักษาด้วยจิตบำบัดร่วมกับยาในการรักษาได้

 

 

7.โรคจิตและโรคประสาท จะไม่เป็นทั้ง 2 อาการในเวลาเดียวกันได้

อาการของโรคจิตกับโรคประสาทสามารถแยกแยกได้ตาม 6 ข้อด้านบนว่าโรคทั้งสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร แต่บางคนอาจยังสงสัยว่าจะเป็นทั้งโรคจิตและโรคประสาทพร้อมกันได้หรือไม่ โดยหลักการแล้วไม่น่าจะเกิดได้ เพราะทั้งสองโรคนี้มีกลไกการเจ็บปวดมาคนละแนวทางกัน จึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเป็นทีเดียวทั้งสองอย่าง หากมีอาการของโรคจิตชัดเจนและมีอาการโรคประสาทร่วมด้วยเราก็ถือว่าเป็นโรคจิตแล้วละ

 

8.โรคจิตไม่ใช่โรคติดต่อ

คุณหมอเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเคยมีชายคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบไปหาจิตแพทย์เพื่อขอฉีดยาป้องกันโรคพิษคนบ้า เรื่องมีอยู่ว่าเขาบังเอิญไปช่วยจับผู้ป่วยโรคจิตที่กำลังคลุ้มคลั่งและอาละวาด แล้วถูกผู้ป่วยคนนั้นกัดเอา ทำให้เขาเกิดความคิดว่าเขาควรได้รับการฉีดยาเพราะเคยเห็นคนถูกสุนัขบ้ากัด ก็ต้องรีบไปฉีดยาป้องกันซึ่งก็น่าจะเหมือนกัน

advertise

แต่ความจริงแล้วโรคพิษสุนัขบ้ากับโรคคนบ้าเป็นคนละเรื่องกัน โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งสามารถติดต่อจากสัตว์หรือซากสัตว์ไปสู่คน เป็นโรคที่ร้ายแรงมาก หากรักษาไม่ทันก็ตายลูกเดียว ส่วนโรคคนบ้าหรือโรคจิต มักจะเกิดจากสาเหตุทางจิตใจและไม่ได้รับการรักษา แต่ไม่ได้มีการติดต่อไปสู่คนหรือสัตว์โดยการแพร่เชื้อบางอย่าง คนเราอาจติดโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์ได้ แต่สัตว์ไม่ได้ติดโรคบ้าหรือโรคจิตไปจากคนแน่นอน เพราะเป็นคนละโรคกัน เรียกง่ายๆว่า เรื่องของคนหมาไม่เกี่ยว แต่เรื่องของหมาคนเกี่ยวได้

 

9.แพทย์ผู้รักษาหรือผู้คลุกคลีกกับผู้ป่วยจะไม่ติดโรคจิตเวชจากผู้ป่วย

มีหลายคนที่เป็นห่วงแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงบาลจิตเวช ต้องทำงานคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคจิตมากมายในแต่ละวัน เกรงว่าแพทย์จะติดโรคจากผู้ป่วย ความจริงแล้วโรคจิตไม่ใช่โรคติดต่อ และหากแพทย์มีอันเป็นไปเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาด้วยโรคนี้คงเป็นด้วยตัวของตัวเองมากกว่า

ซึ่งกรณีนี้ ผู้ป่วยซะอีกที่อาจคิดว่าการที่เขาได้เข้ามาอยู่โรงพยาบาล อยู่ในแวดวงของจิตแพทย์ทั้งหลาย จะทำให้เขากลายสภาพมาเป็นเหมือนกับแพทย์ได้  เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งอยู่โรงพยาบาลมาเป็นเวลานาน เขาจะนึกอย่างไรไม่ทราบมาถามแพทย์ว่า “ หมอครับ ผมต้องอยู่โรงพยาบาลกี่ปีถึงจะได้เป็นผู้อำนวยการ ”  ผู้ป่วยรายนี้ จากประวัติมีความทะเยอทะยานมานานมากแล้ว ตั้งแต่ยังทำงานอยู่แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักในเรื่องตำแหน่งหน้าที่ ความคิดเขาจะผูกพันกับความหวังเดิมๆ ร่วมกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้

มีคนเป็นห่วงแพทย์อีกว่า แพทย์ทำงานแบบนี้ต้องรับฟังเรื่องราวอันเป็นทุกข์ของผู้ป่วย ซึ่งแต่ละรายเป็นทุกข์หนักกันทั้งนั้น แล้วไม่คิดไปด้วยหรืออย่างไร จริงๆแล้วการรับฟังเรื่องราวที่ผู้ป่วยมาระบายทุกข์ให้ฟังบ่อยๆ ทำให้รู้สึกสะเทือนใจมาก แต่แพทย์ต้องแยกแยะให้ออกว่าคือคนละคนกัน ซึ่งแพทย์จะเข้าใจดีว่าความรู้สึกของผู้ป่วยเป็นอย่างไร และแพทย์ก็ไม่จำเป็นต้องมีพฤติกรรมตามผู้ป่วยไปด้วย นั่นคือแพทย์เองต้องมีจุดยืนของให้มั่นคง เพื่อสามารถช่วยให้ทุกข์ของผู้ป่วยหายหรือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ผลที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สุขใจ แทนที่จะต้องไปนั่งทุกข์ใจ การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยโรคจิตไม่ต้องกลัวการติดต่อของโรคและผู้รักษาไม่จำเป็นต้องเครียดไปกับผู้ป่วย

 

10.ระมัดระวังการถูกโน้มน้าวจิตใจจากผู้ป่วย จนทำให้เกิดอุปทานหมู่

ผู้ป่วยโรคจิตอาจมีการชักนำบุคคลใกล้ชิดโดยเฉพาะคนที่อยู่ในปกครองให้เกิดอาการหลงผิดแบบเดียวกับผู้ป่วยได้ คือทำให้โรคจิตเกิดขึ้นได้ เช่น ผู้ป่วยหวาดระแวงแล้วทำให้อีกคนหนึ่งหวาดระแวงแบบเดียวกัน เป็นอิทธิพลทางจิตใจไม่ใช่ติดต่อกันเหมือนโรคติดเชื้อ ซึ่งตัวอย่างเคยมีมาแล้วในรายที่มีอาการหลงผิดเกี่ยวกับลัทธิความเชื่อบางอย่าง คิดว่าตนตายไปแล้วจะได้อยู่ใกล้ชิดพระนารายณ์ แล้วโน้มน้าวให้คนในครอบครัวทั้งหมดเชื่อตามไปด้วย ผลสุดท้ายฆ่าตัวตายกันทั้งหมด เพื่อเป็นการเร่งให้ถึงให้บรรลุถึงผลแห่งความเชื่อเร็วขึ้น เรียกว่า ฆ่าตัวตายเพราะอาการหลงผิดโดยแท้

การโน้มน้าวจิตใจในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ จะเกิดได้ก็ต้องมีความโน้มเอียงอยู่แล้วเป็นปัจจัยสำคัญ เช่น มีจิตใจที่ขาดความมั่นคง ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวประกอบกับความใกล้ชิดสนิทสนมหรือต้องพึ่งพิงบุคคลผู้ชักนำอยู่แล้วเป็นพิเศษ

 

11.โรคจิตบางประเภทมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

โรคจิตหลายชนิดมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ นั่นหมายความว่าการมีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคจิตบางอย่าง เช่น โรคอารมณ์แปรปรวนและโรคจิตเภทอาจทำให้โอกาสในการป่วยเป็นโรคจิตมีมากกว่าคนทั่วไป คือ อัตราการเสี่ยงสูงขึ้นแต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรคจิตแน่นอน

เมื่อเราทราบแล้วว่าโรคจิตไม่ได้เป็นโรคติดต่อก็คงสบายใจขึ้น เพราะอาจมีผู้ป่วยบางรายที่อาจจะรบกวนประสาทอยู่บ้าง ก็ไม่ควรถือสาเพราะเขาป่วยเขาจึงเป็นเช่นนั้น เราจึงควรเข้าใจเขาให้มาก ๆ

 

ผู้ป่วยโรคจิตเวชเป็นกันมากจนล้นโรงพยาบาล

ปัญหาที่น่าหนักใจคือ เรื่องผู้ป่วยโรคจิตล้นโรงพยาบาล บางคนคิดว่าเป็นเพราะคนไทยเป็นโรคจิตโรคประสาทกันมากขึ้น ซึ่งส่วนนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหากเราพิจารณาถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในระยะ 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าเพิ่มเป็นทวีคูณ เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นจำนวนผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเท่าๆกัน แต่จำนวนเตียงสำหรับรับผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของประชากร

เป็นที่น่าหนักใจว่ารัฐบาลไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลจิตเวชมากนัก ซึ่งเป็นแบบนี้กันเกือบทุกประเทศ ครั้นจะเสนอให้สร้างโรงพยาบาลจิตเวชก็ไม่กล้ากลัวถูกหาว่ามีญาติป่วย แม้แต่เศรษฐีจะบริจาคเงินสร้างโรงพยาบาลหรือสร้างตึกก็ไม่ค่อยยอมสร้างโรงพยาบาลจิตเวช เพราะไม่อยากเอาชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยจึงต้องล้นโรงพยาบาลจิตเวชอยู่เกือบตลอดเวลาในระยะหลายปีที่ผ่านมา มิใช่จะมีแต่คนไทยเท่านั้นตามโรงพยาบาลจิตเวช จะเห็นมีชาวต่างชาติมาป่วยอยู่มิใช่น้อย อาจเป็นผลข้างเคียงของปีท่องเที่ยวไทย ฝรั่งบางรายพิศมัยโรงพยาบาลจิตเวชเมืองไทย ส่งกลับไปประเทศหลายครั้งก็ยังกลับมาอีก บอกว่าอยู่โรงพยาบาลเมืองไทยมีความสุขกว่าประเทศของเขามาก จะเห็นว่าใครๆ ก็ติดใจเมืองไทยด้วยกันทั้งนั้นแม้แต่ผู้ป่วยโรคจิต

เมื่อผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลทำให้รับผู้ป่วยไว้ได้ไม่ทั้งหมด ส่วนหนึ่งอยู่นอกโรงพยาบาลเป็นผลให้ผู้ป่วยบางรายที่ควรจะต้องอยู่โรงพยาบาลก็ไปเพ่นพ่านอยู่ข้างนอก บางครั้งเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้อีกเพราะผู้ป่วยบางรายมีอันตรายต่อคนอื่น แม้แต่การไปลอบยิงประธานาธิบดีหรือชกหน้านายกรัฐมนตรีก็เคยมาแล้ว

ความสำคัญของการเพิ่มบริการทางจิตเวช เป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทยเพื่อให้มีเตียงรับผู้ป่วยอย่างเพียงพอ ซึ่งอันที่จริงแล้วเราควรคิดว่าจะต้องเพิ่มให้ทันกับประชากรที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า อย่างปัจจุบันนี้โลกมีคนเพิ่มขึ้น มีบ้านเพิ่มขึ้น มีรถยนต์เพิ่มขึ้น เราก็ต้องมีถนน มีไฟฟ้า มีน้ำประปาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่แท้จริง

 

ที่มาและการอ้างอิง

อาการและการบำบัด โรคจิต โรคประสาท โดย นพ. เกษม ตันติผลาชีวะ

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook240Share on Google+0Tweet about this on Twitter