แม่และเด็ก » 3 วิธีรักษาคออักเสบในเด็ก และรู้จักต่อมทอนซิลและต่อมมอดีนอยด์

3 วิธีรักษาคออักเสบในเด็ก และรู้จักต่อมทอนซิลและต่อมมอดีนอยด์

23 กุมภาพันธ์ 2018
812   0

ในศตวรรษที่ 22 ต่อมทอนซิลและต่อมมอดีนอยด์ ถูกโทษว่าเป็นตัวร้ายทำให้เด็กเจ็บป่วยบ่อยจึงถูกผ่าตัดเอาออก แต่ความจริงคือ 2 ทั้งสองเป็นตัวช่วยป้องกันการติดเชื้อและช่วยสร้างภูมิต้านทานเพราะประกอบด้วยเนื้อเยื่อน้ำเหลืองคล้ายกับต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ด้านข้างของลำคลองหรือหลัง เวลาที่ร่างกายต้องการภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นจากการติดเชื้ออวัยวะ ต่อมทั้ง 2 จะทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทานการบวมโตขึ้น

 

 

1.ต่อมทอนซิล ถ้าเด็กไม่มีอาการผิดปกติไม่ต้องผ่าตัดเอาออก

จะโตขึ้นตามวัน เมื่ออายุครบ 8 ขวบจึงเริ่มเล็กลง ในอดีตคิดว่าต่อมทอนซิลที่ใหญ่มากๆเป็นความผิดปกติต้องรักษาโดยการผ่าตัดเอาออก แต่ปัจจุบันพบว่าไม่ถูกต้อง ถ้าเด็กไม่มีอาการผิดปกติถึงแม้ว่าบวมตัวมากก็ไม่ต้องเอาออก การเป็นหวัดเจ็บคอและอักเสบบ่อย ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดเอาออก แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อเรื้อรังหรือมีหนองค้างอยู่ข้างในหรือบวมขัดขวางทางเดินหายใจจำเป็นต้องเอาออก

 

2.ต่อมมอดีนอยด์ บางครั้งแพทย์ผ่าตัดออกเพื่อรักษาภาวะหูชั้นกลางอักเสบ

เส้นกลุ่มของเนื้อเยื่อน้ำเหลืองอยู่ด้านหลังของเพดานอ่อนบริเวณจมูกติดลำคอ หากมีการบวมขึ้นมาอุดกั้นทางเดินหายใจ ต้องใช้ปากหายใจหรืออาจมีการนอนกรน จะมีการระบายน้ำจากจมูกลงมาที่คอทำให้เป็นหวัดนานมากขึ้น หรือเป็นไซนัสอักเสบหรืออุดกั้นทางเชื่อมต่อจากหูชั้นกลางเกิดเป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง บางครั้งต่อมอดินอยด์หายได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่บางรายต้องผ่าตัดเอาออก หากต่อมมอดินอยด์ใหญ่มากอุดกั้นทางเดินหายใจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ obstructive sleep apnea จะมีอาการนอนกรนเสียงดัง คุณอาจได้ยินเสียงหายใจขาดช่วงเป็นพักๆสลับกับการหายใจ อาจจำเป็นต้องไปผ่าตัดเอาต่อมออกเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น

บางครั้งแพทย์ผ่าตัดต่อมมอดีนอยด์ออกเพื่อรักษาภาวะหูชั้นกลางอักเสบที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หลังการผ่าตัดต่อมอดินอยด์อาจโตกลับมาอีก รวมถึงตำแหน่งที่เคยเป็นที่อยู่ของต่อมทอนซิลหลังจากถูกตัดทอนซิลออกไปด้วย ไม่ได้เป็นเพราะผ่าตัดเอาออกไปไม่หมดหรือต้องผ่าตัดซ้ำอีก แต่เป็นเพราะร่างกายพยายามสร้างเนื้อเยื่อน้ำเหลืองกลับมาใหม่

 

3.อาการเจ็บคอและต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต้องระวังอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้

ถ้าเจ็บคอโดยไม่มีต่อมทอนซิลอักเสบเรียกว่าคออักเสบ ถ้าต่อมทอนซิลบวมแดงเรียกว่าต่อมทอนซิลอักเสบ ถ้าเป็นทั้งสองอย่างเรียกว่าคอและต่อมทอนซิลอักเสบ บางครั้งคออักเสบเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย streptococcus ซึ่งต้องการยาปฏิชีวนะในการรักษาถ้าไม่ได้ยาปฏิชีวนะอาการเจ็บคออาจดีขึ้นได้เองแต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดเป็นการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจซึ่งอาการอาจรุนแรงและเรื้อรัง

 

4.ถ้าลูกมีอาการเจ็บคอควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีไข้สูงกว่า 101 องศาฟาเรนไฮน์ ให้จัดทำการเพาะเนื้อที่คอหรือทำการทดสอบเพื่อหาเชื้อ streptococcus ในรายที่สงสัยถ้าผลทดสอบเป็นลบ โอกาสเป็นคออักเสบจากเชื้อไวรัสค่อนข้างสูง ซึ่งหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ การพักผ่อน ทานยาพาราเซตามอล การดื่มน้ำมากๆจะทำให้อาการดีขึ้น กลั้วคอด้วยน้ำเกลือหรือยาแก้เจ็บคอในเด็กที่โตแล้ว การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือคือเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบจะช่วยให้เจ็บคอน้อยลง

 

5.เด็กที่ไม่มีต่อมทอนซิลเพราะถูกผ่าตัดแล้วยังติดเชื้อ streptococcus ได้

หากเด็กมักมีอาการไข้สูงหลายวันนอนซม ต่อมทอนซิลบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมและเจ็บบางครั้งหลังมีไข้ 1-2 วัน อาจมีจุดหนองหรือแผ่นคราบสีขาวปรากฏที่ต่อมทอนซิล เด็กโตอาจบ่นเจ็บคอและกลืนลำบาก บางคนมีอาการปวดท้องหรือปวดศรีษะ เด็กเล็กๆจะมีอาการเจ็บคอไม่มาก แต่ไม่ค่อยพบโรคนี้ในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอาการไอหรือน้ำมูก เด็กที่ไม่มีต่อมทอนซิลเพราะถูกผ่าตัดแล้วยังติดเชื้อ streptococcus ได้อยู่ดี

 

3 วิธีการรักษาคออักเสบหรือโรคไข้อีดำอีแดง scarlet fever

อาจซื้อยาเพนนิซิลิน หรือกิน หรือฉีดยากลุ่มอื่นในกรณีที่แพ้ยาเพนนิซิลินได้

 

1.คออักเสบเกิดจากเชื้อเลปโตค็อกคัส (โรคไข้อีดำอีแดง)

เกิดจากการติดเชื้อเลปโตค็อกคัสที่ทำให้เป็นผื่นโดยผื่นขึ้นหลังจากมีไข้ 1-2 วันคืน จะเริ่มขึ้นบริเวณหน้าอก ขา มือ และหลัง ก่อนตำแหน่งอื่น ถ้ามองไกลๆอาจเห็นผื่นเป็นรอยแดงเผือน แต่ถ้ามองใกล้ๆจะเป็นตุ่มแดงเล็กๆอยู่บนพื้นเรียบสีแดงล้อมรอบ ถ้าลองลูบบนพื้นผิวหนังจะรู้สึกสาก ต่อมาผื่นจากกระจายทั้งตัวและขึ้นที่ใบหน้า ยกเว้นบริเวณรอบปาก หากมีอาการรุนแรงมากจะเห็นว่าผื่นจะเริ่มแดงจากขอบลิ้นก่อน ถึงแม้อาการจะดูมากกว่าการเป็นคออักเสบจากเชื้อเลปโตค็อกคัสแต่อันตรายไม่ได้มากกว่าและการรักษาเหมือนกับการรักษาคออักเสบจากเชื้อ streptococcus

 

2.คออักเสบเกิดได้จากเชื้ออื่นๆรอบตัว

ยังมีเชื้ออีกหลายชนิดที่ทำให้เป็นคออักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อไวรัส เด็กหลายคนมีอาการเจ็บคอเล็กน้อยถ้าตรวจพบคอแดงเล็กน้อย แต่บางคนอาจไม่รู้สึกเจ็บคอ ส่วนใหญ่จะหายเองได้ ดังนั้นลูกควรอยู่แต่ในบ้าน หากรู้สึกไม่สบายหรือเป็นไข้ควรปรึกษาแพทย์ถ้ามีไข้หรือรู้สึกเจ็บคอมาก บางคนอาจมีอาการเจ็บคอเวลาตื่นนอนตอนเช้าในหน้าหนาว แต่เป็นอยู่ไม่นานเพราะเกิดจากอากาศแห้ง ไม่ได้เป็นโรค พ่อแม่อาจช่วยทำอากาศให้ชุ่มชื่นขึ้นได้ เพราะหากเด็กเป็นหวัดน้ำมูกไหลและคัดจมูก จะทำให้รู้สึกเจ็บคอได้ โดยเฉพาะช่วงหลังตื่นตอนเช้าก็จะน้ำมูกไหลลงคอทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรืออาจเป็นเพราะเวลานอนนั้นเด็กอ้าปากเพื่อช่วยหายใจ ก็จะมีผลทำให้คอแห้งมากขึ้นได้

 

3.หากลูกมีต่อมน้ำเหลืองโตควรปรึกษาแพทย์

ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณลำคอ อาจมีอาการบวมแดงและอักเสบเนื่องจากคออักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย testo ค็อกคัส บางครั้งอาจเกิดจากต่อมน้ำเหลืองอักเสบเอง ทำให้ปวดบวมมากและรู้สึกร้อนเวลาสัมผัส ถ้าลูกมีต่อมน้ำเหลืองโตควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษา หลังจากคออักเสบหายแล้วต่อมน้ำเหลืองยังมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยได้นานหลายสัปดาห์ บางครั้งต่อมน้ำเหลืองโตเกินเกิดจากฟันผุ ผิวหนังอักเสบ หัดเยอรมัน หากลูกมีต่อมน้ำเหลืองโตควรปรึกษาแพทย์ ถ้าตรวจแล้วพบว่าลูกปกติดี คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้เลิกกังวล

 

ที่มาและการอ้างอิง

คำภีร์เลี้ยงลูก โดย ดร.สป๊อก-นายแพทย์เบนจามิน สป๊อก (เขียน).แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ (แปล)

แสดงความคิดเห็น

advertise