วันอังคาร, 15 ตุลาคม 2562

โรคเบาหวานกับภาวะแทรกซ้อนอาการเท้าชามือชาที่น่าเป็นห่วง

อาการแทรกซ้อนของโรคภัยไข้เจ็บ ที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวาน โดยครอบคลุมถึงปัญหาอาการต่างๆ ไม่ใ่ช่เพียงผู้ป่วยโรคเบาหวานเท่านั้น แต่คนใกล้ชิดในครอบครัวที่ต้องดูแลก็คอยห่วงใยไปด้วย เพราะเป็นต้นเหตุของโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

อันตรายจากการเกิดโรคแทรกซ้อนมักจะรุนแรงมาก โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ 1.เบาหวานอายุน้อยจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน และ 2.อ้วนลงพุงคือการไม่สามารถเอาอินซูลินไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ทั้ง 2 ชนิดเมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน จะทำให้เส้นเลือดฝอยอักเสบทำให้เกิดการอุดตัน ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาก็จะเริ่มจากเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใกล้ที่สุด นั่นก็คือเส้นประสาทที่เท้า ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะคืออาการชาที่เกิดจากเบาหวานมักจะเป็นจากเส้นเลือดฝอยก่อน

 

 

ดังนั้น ผู้ป่วยรวมทั้งผู้ใกล้ชิดที่ต้องดูแลควรมีข้อมูล และต้องสังเกตอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาทของผู้ป่วย เพื่อให้สามารถแยกแยะได้ถึงความผิดปกติ เช่น การเสียการรับความรู้สึกที่อาจเริ่มจากอาการชาตามปลายนิ้ว และลุกลามต่อไปยังส่วนอื่น ซึ่งจะแตกต่างกับอาการที่เกิดกับคนทั่วไป เช่นพังผืดกดทับเส้นประสาท เมื่อต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ หรือเวลานั่งขัดสมาธิไหว้พระเป็นเวลานาน แล้วรู้สึกยกข้อเท้าไม่ได้ นั่นเป็นผลจากการที่เลือดมาเลี้ยงเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับได้ไม่พอ

 

ส่วนอาการชาที่เกิดกับผู้เป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดมากกว่าคนทั่วไป โดยเส้นประสาทไม่ได้ถูกกดทับ คือเกิดขึ้นแม้จะอยู่เฉยๆก็อาจมีอาการชาเกิดขึ้นจากปลายเท้าแล้วเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ

 

ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ร่างกายของผู้ป่วยจะสูญเสียการรับรู้ความรู้สึก ได้สัมผัสกับของร้อนหรือของเย็นหรือแม้กระทั่งได้รับบาดแผล ก็จะไม่ทำให้เจ้าตัวเกิดความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเท้า ซึ่งหากประสาทการรับรู้ที่เท้าสูญเสียไปแล้ว จะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวเมื่อเดินไปเหยียบตะปูหรือของมีคม ที่สำคัญคือแผลของผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าคนปกติ หากได้รับการดูแลไม่ดี อาจทำให้เกิดการลุกลามจนอักเสบและติดเชื้อได้

 

โดยปกติแล้ว หากควบคุมอาการอยู่ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือ เบาหวานเป็นจุดเริ่มของโรคแทรกซ้อนที่อันตรายมาก ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรให้ความสำคัญในการควบคุมอาการของโรคและระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี เพราะหากเกิดการผิดพลาดตรงจุดนี้ จะทำให้โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานโรคใดโรคหนึ่งหรือหลายโรคตามมา เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งจะส่งผลให้หลอดเลือดเล็กๆที่มาเลี้ยงเส้นประสาทบริเวณปลายมือปลายเท้า เกิดพยาธิสภาพและทำให้เส้นประสาทบริเวณดังกล่าวไม่สามารถนำความรู้สึกต่อไปได้ เช่น รู้สึกชาหรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือ

 

ถ้ามีแผลแล้วผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวและไม่ดูแลแผลดังกล่าว ประกอบกับการมีน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเป็นอาหารอย่างดีให้กับเหล่าเชื้อโรคทำให้แผลเน่า จนนำไปสู่การถูกตัดอวัยวะในที่สุด สำหรับในรายผู้ป่วยชายก็อาจจะมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะต่อไป

 

source : ข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลรามคำแหง