ประโยชน์ของแอปเปิ้ล (กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูก ดีหรือไม่?)

วิตามินซี,ไข้หวัด,การลดน้ำหนัก,ลดคอเลสเตอรอล

ฝรั่งมีคำกล่าวว่า “An apple a day keeps the doctor away” แปลว่า หากกินแอปเปิ้ลเป็นประจํา คุณจะมีสุขภาพดี แอปเปิ้ลจึงเป็นผลไม้ที่น่าสนใจ ในบ้านเราก็มี Apple กินกันทั้งปี จึงขอเล่าเรื่องของแอปเปิ้ลสู่กันฟังสักครั้ง

เชื่อหรือไม่ว่า ถิ่นกำเนิดจริง ๆ ของแอปเปิ้ลอยู่ในเอเชียกลาง แถบคาซัคสถาน คาร์จีกิสถาน และซินเกียงในจีน ปัจจุบัน apple มีมากกว่า 7,500 พันธ์ุ  และจีนเป็นประเทศที่ส่งออกแอปเปิ้ลมากที่สุดในโลก

แอปเปิ้ล มีอยู่ 2 แบบคือ แบบพิมพ์สด กับแบบที่ต้องเอาไปประกอบอาหาร แอปเปิ้ลที่กินสดจะหวานกว่า กรอบและอร่อยกว่า ซึ่งบ้านเรามีแต่แอบเปิ้ลแบบนี้ขาย ที่รู้จักกันดีได้แก่ Granny Smith , Red Deliciuos , Cox’s Orange Pipin , Egremont Russett , Jazz เป็นต้น

ส่วนแอปเปิ้ลที่เอาไปทำอาหาร ทำขนมและน้ำส้ม เช่น แอปเปิ้ลอบ ซอสแอปเปิ้ล พายแอปเปิ้ล ทำน้ำแอปเปิ้ล (apple cider) หรือเอาไปทำน้ำส้มแอปเปิ้ล (apple cider venigar) แอปเปิ้ลประเภทนี้จะมีรสชาติฝาดกว่า เข้มกว่ากินสด จึงไม่อร่อย เมื่อเอาไปปรุงอาหาร จะลดรสชาติที่ปร่าและเฝื่อนลง เช่น Grenadier , Lord Derby , Bramley’s Seedlings , Mclntosh เป็นต้น

ฝรั่งชื่อว่า แอปเปิ้ลมีคุณสมบัติทางยามาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ว่ากันว่าฮิปโปเครติสใช้แต่น้ำส้มจากแอปเปิ้ลกับน้ำผึ้ง เป็นหลักในการรักษาโรค เมื่อมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น จึงสามารถสรุปประโยชน์ของแอปเปิ้ลได้ดังต่อไปนี้

แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ว่ากันว่าแอปเปิ้ลขนาดกลาง 1 ลูก จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ เท่ากับวิตามินซี 1,500 mg ดังนั้น กินแอปเปิ้ลวันละลูกก็จะป้องกันหวัดและไข้หวัดได้ แต่ทั้งนี้ วิตามินซีในแอปเปิ้ลกลับมีไม่มาก ซึ่งจะพบอยู่ใกล้เปลือกแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลมีสารใยประเภทเปคตินสูง

ทำให้แอปเปิ้ลมีแคลอรี่ไม่มาก มีผลในการลดน้ำหนักและจะช่วยในการขับถ่าย

แอปเปิ้ลช่วยลดไขมันในเลือดและควบคุมเบาหวาน

การกินแอปเปิ้ลวันละ 2 ลูก จะช่วยซับไขมันในทางเดินอาหาร ช่วยลดคอเลสเตอรอลและ LDL ในเลือดลง ขณะเดียวกันจะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้ง่ายขึ้น หรือไม่เช่นนั้น ก็ดื่มน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดวันละ 350 ซีซี จะช่วยลดคอเลสเตอรอลลง ดังนั้น Apple จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคหลอดเลือดประเภทโรคหัวใจและอัมพาตลงได้

แอปเปิ้ลสามารถลดอัตราเสี่ยงต่อมะเร็ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งลำไส้ใหญ่ , มะเร็งปอด , มะเร็งเต้านม , มะเร็งตับ , มะเร็งต่อมลูกหมาก ทั้งนี้เนื่องจาก Apple มีสารต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์แรงประเภท ฟลาโวนอยด์ เควอร์เซติน เอปิคาเทซิน และโปรไซยานิดินสูง

จากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการปรากฏว่า น้ำแอปเปิ้ลสามารถสกัดการเจริญเติบโตของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในจานเพาะเลี้ยง ทั้งนี้ แอปเปิลยังมีสารฟีโนลิค ที่เป็นทั้งสารต้านมะเร็งและสารต้านอนุมูลอิสระ

แอปเปิ้ล,การรักษาโรค,สารต้านอนุมูลอิสระ

มหาวิทยาลัยคอร์แนลพบว่า หากหนูกินแอปเปิ้ลเท่ากับคนกิน วันละ 1 ลูกเป็นประจำ จะสามารถลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งเต้านมลงได้ 17% หากกินได้มากถึง 6 ลูกมะเร็งเต้านมจะลดลง 44% หนูที่กินเปลือกแอปเปิ้ล จะสามารถลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งตับลงได้ 57%

ทั้งนี้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระที่กล่าวมา มีมากในเนื้อที่ติดเปลือก ดังนั้นหาก Apple เป็นแบบอินทรีย์ การกินแอปเปิ้ลทั้งเปลือกจะได้ประโยชน์กว่า แต่แอปเปิ้ลในบ้านเรามักจะมีสารต่าง ๆ ประมาณ 18 ชนิดเคลือบอยู่ จึงไม่ควรกินทั้งเปลือก

แอปเปิ้ลมีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท

เนื่องจากมีงานวิจัยในหนูพบว่า น้ำแอปเปิลเข้มข้น สามารถเพิ่มสื่อนำประสาทชนิดอะซีไตโคลีน ช่วยทำให้กระฉับกระเฉงและอ่อนเยาว์ลง นอกจากนี้การทดลองใช้น้ำแอปเปิ้ลกับแมลงผลไม้ชนิดหนึ่ง พบว่าสามารถยืดอายุได้มากกว่า 10% มีรายงานจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ว่า เควอร์เซตินในแอปเปิ้ล จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ลง

แอปเปิ้ลลดอัตราของอาการหอบหืด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเด็กที่มีการศึกษาในผู้ป่วยหอบหืด ที่กินแอปเปิ้ลสัปดาห์ละ 5 ลูก ปรากฏว่าอาการหอบหืดลดลง และแอปเปิ้ลยังเสริมความแข็งแรงของกระดูกอีกด้วย

งานวิจัยในฝรั่งเศสพบว่า ในแอปเปิ้ลมีสารฟลอริดซิน ช่วยป้องกันกระดูกพรุน ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และสามารถเพิ่มมวลกระดูกในรายที่เริ่มกระดูกผุ อีกทั้งใน Apple ยังมีธาตุโบรอน ที่ทำให้กระดูกแข็งแรง จะเห็นได้ว่า Apple ช่างเป็นผลไม้ที่น่าอัศจรรย์จริงๆ

 ที่มา : ขวัญเรือน.กันยายน.2554