สุขภาพ » โรคภัยต่างๆ » มาดูวิธีการป้องกันการปวดหลังล่าง ปัญหาที่คุณต้องเจอ

มาดูวิธีการป้องกันการปวดหลังล่าง ปัญหาที่คุณต้องเจอ

16 มิถุนายน 2017
116   0

Share on Facebook436Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

อาการปวดหลัง

 

ปวดหลัง

เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากคนในทุกช่วงอายุ พบได้บ่อยในผู้ใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว และไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว เช่น ความผิดปกติของกระดูกสันหลังโดยกำเนิด หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน กระดูกพรุน ซึ่งมักพบในหญิงวัยหมดประจำเดือน โรคระบบทางเดินปัสสาวะ เส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง และกระดูกสันหลังติดเชื้อ เป็นต้น ในที่นี้จะได้กล่าวถึงอาการปวดหลังส่วนล่าง ที่มีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างเสื่อม

 

นอกจากกระดูกสันหลังส่วนคอแล้ว

กระดูกสันหลังส่วนล่างบริเวณช่วงเอวก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เกิดความเสื่อมได้บ่อย เนื่องจากเป็นจุดที่ต้องรองรับน้ำหนักตัว อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวบ่อยเพราะเป็นช่วงที่ทำให้เราก้มเงยลำตัวได้ตามต้องการ ซึ่งมีโอกาสเกิดการเสื่อมจากการใช้งานมากที่สุดเช่นกัน

 

หมอนรองกระดูกสันหลัง

เป็นส่วนที่ทำให้กระดูกแต่ละข้อเชื่อมต่อไปพร้อมๆ กับการมีอิสระในการเคลื่อนไหว โดยโครงสร้างของหมอนรองกระดูกจะประกอบด้วยส่วนนิวเคลียสตรงกลาง มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายฟองน้ำ และมีเปลือกนอกที่มีความหนาและเหนียวมาก เมื่อเริ่มมีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังในระยะแรก น้ำในหมอนรองกระดูกเริ่มลดลงอาจส่งผลให้เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกเกิดการฉีกขาด ทำให้ปวดหลังและสามารถนำไปสู่การปวดหลังเรื้อรังได้ อ้างจากเปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกเมื่อฉีดขาดแล้ว จะสมานตัวได้ยากประกอบกับเส้นประสาทบริเวณรอบๆ หมอนรองกระดูกมีความไวต่อความเจ็บปวด ทำให้เมื่อไรก็ตามที่เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกฉีกขาด เส้นประสาทจากด้านหลังซึ่งมีความไวอยู่แล้วก็จะผ่านรอยฉีกขาดเข้าไปสัมผัสกับด้านในของหมอนรองกระดูก ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมาก ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปัญหานี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุประมาณ 30 ถึง 50 ปี

 

นอกจากอาการปวดที่เกิดจากเปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกฉีกขาดแล้ว

ยังมีกรณีปวดจากหมอนรองกระดูกกดทับหรือระคายเคืองต่อเส้นประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวชาลงขาอาจมีอาการขาอ่อนแรงร่วมด้วยทำให้เดินหรือเคลื่อนไหวไม่ได้มาก

 

การรักษา นอกจากใช้ยา กายภาพบำบัด

และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อหมอนรองกระดูกแล้ว ยังมีการรักษาด้วยวิธี จี้ด้วยขดลวดความร้อน การจี้ด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อลดความดันและความเป็นกรดภายในหมอนรองกระดูก อาการปวดตึงจะลดลง ข้อดีของการจี้ด้วยคลื่นวิทยุคือ เป็นการทำเฉพาะจุด ประกอบกับความร้อนที่ใช้ไม่สูงมาก ซึ่งไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณกว้าง ช่วยให้การฟื้นตัวหลังการรักษาเร็วขึ้น สำหรับการรักษาด้วยการใส่หมอนรองกระดูกเทียม ในกรณีที่เป็นหมอนรองกระดูกส่วนล่างบริเวณเอว แพทย์จะไม่แนะนำเนื่องจากมีผลข้างเคียงจากการผ่าตัดค่อนข้างมาก การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดในรูปแบบต่างๆ แพทย์จะเลือกใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

 

นอกจากนี้ การที่หมอนรองกระดูกเสื่อมทำให้หมอนรองกระดูกแคบลง

ส่งผลให้ข้อต่อหลวมเกิดอาการปวดหลังได้ ในกรณีข้อต่อหลวม การรักษาวิธีจี้ด้วยคลื่นวิทยุจะไม่ได้ผล เพราะเกิดจากข้อต่อที่โยกมีการเคลื่อนไหวมากผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะทำให้ปวดหลังแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะกดทับเส้นประสาทได้ง่ายอีกด้วย การรักษาในกรณีที่ข้อต่อหลวมแล้วกดทับเส้นประสาท อาจต้องใช้วิธีเชื่อมกระดูก แต่ถ้าข้อต่อหลวมและปวดหลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้กดทับเส้นประสาท จะมีอาการปวดร้าวชาลงขา แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยวิธีอื่นก่อน หลังการรักษาด้วยวิธีเชื่อมกระดูก ผู้ป่วยต้องระวังไม่ให้หลังทำงานมากจนเกินไป ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อให้กระดูกสมานตัวแข็งแรงดี จากนั้นจึงจะสามารถใช้งานหลังได้เต็มที่ตามปกติ

advertise

 

หากมีอาการปวดหลัง ควรต้องสังเกตตัวเองด้วยว่า มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือหากเป็นอาการปวดหลังที่ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว ต้องระวังให้มาก เพราะอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุส่วนอากาปวดหลังที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ถ้ามีอาการปวดร้าวชาลงขามีอาการอ่อนแรงหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แสดงว่ามีการกดทับเส้นประสาทต้องมาพบแพทย์โดยด่วน

 

หมอนรองกระดูก

 

เทคนิคการป้องกันการปวดหลัง

  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ไม่อ้วน
  • หลีกเลี่ยงการยกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงท่าทางที่เสี่ยงทำให้กระดูกและหมอนรองกระดูกบาดเจ็บ เช่น การก้มตัวแล้วเอี้ยวหรือบิดลำตัว
  • เวลายกของจากพื้นควรใช้วิธีย่อเข่า โดยให้ตัวอยู่ชิดกับของมากที่สุด เวลายกของให้ออกแรงที่ขามากกว่าใช้หลังยก
  • ไม่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น นั่งทำงานนานๆ ก้มตัวนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้างอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมงเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณหมอนรองกระดูกและข้อต่อต่างๆได้ดีขึ้น การนั่งหรือก้มตัวนานๆ จะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัวแข็งแรงและยืดหยุ่นดี โดยเฉพาะการว่ายน้ำ เพราะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อหลังได้มาก  แต่มีกีฬาบางชนิดที่ไม่แนะนำ เช่น ยิมนาสติก เป็นกีฬาที่ต้องเอี้ยวตัวมาก ยกน้ำหนัก และกีฬาที่ต้องมีการบิดหรือเบี้ยวตัวมากๆ เหล่านี้ส่งผลต่อกระดูกสันหลังได้ง่าย
  • ยืดเหยียดร่างกายหลังตื่นนอนตอนเช้า เพื่อยืดหยุ่นข้อต่อเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อหลัง ช่วยให้ไม่บาดเจ็บง่าย ท่าที่แนะนำเล่นคือ ท่าดึงเข่าชิดอก ทำได้โดยเริ่มจากท่านอนหงาย ให้ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ข้อพับบริเวณเข่า แล้วดึงเขาให้เข้ามาชิดหน้าอกให้มากที่สุด โดยให้ขาอีกข้างวางราบกับพื้นเหมือนเดิม ทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วสลับข้างทำซ้ำประมาณข้างละ 2-3 ครั้ง

 

อ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

ที่มา : Health Today.June.2015

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook436Share on Google+0Tweet about this on Twitter