ท่องเที่ยว » วัดป่าฝาง(วัดศาสนโชติการาม) จากศรัทธาสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ วัดพม่ากลางเมืองลำปาง

วัดป่าฝาง(วัดศาสนโชติการาม) จากศรัทธาสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ วัดพม่ากลางเมืองลำปาง

13 พฤศจิกายน 2018
167   0

วัดป่าฝาง เป็นวัดที่มีประวัติมายาวนานกว่า 120 ปี โดยคหบดีชาวพม่าที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างแรงกล้า ได้อุปถัมภ์ทำนุบำรุงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา

 

วัดป่าฝาง แทบจะเรียกได้ว่าตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำปาง ง่าย ๆ คือ ตั้งอยู่ติดกับร้านหนังสือดวงกมล ซึ่งแต่ก่อน .. เวลาที่มาเดินซื้อหนังสือ มองออกไปด้านข้างขวามือ ผู้เขียนก็จะเห็นองค์พระธาตุสีทองโดนเด่นอยู่ข้าง ๆ จึงทำให้อยากรู้อยากเห็นว่าเป็นวัดอะไร และมีที่มาที่ไปยังไง และแล้วฤกษ์งามยามดีก็มาถึง จึงขอเล่าเรื่องในรูปแบบคลิปและรายละเอียดพร้อมภาพนิ่ง ซึ่งมีทั้งประวัติโดยย่อ โบราณสถานสำคัญ และความสวยงามตามที่เห็นมาให้ชมกัน จะว่าไปแล้ว หากใครรักในความสงบ ชอบดูและศึกษาในศิลปะที่วิจิตรงดงามตามแบบพม่าและล้านนา เชื่อว่า “วัดป่าฝาง” แห่งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวลำปาง ที่สามารถทำให้คุณประทับใจได้ค่ะ

 

ติดตามคลิปอื่น ๆ ได้ที่ :

https://www.facebook.com/siamzonezaa/

https://www.youtube.com/channel/UChxBSTe149URnepvTBndtkQ

 

วัดศาสนโชติการาม  เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดป่าฝาง   สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งอยู่เลขที่ 69 ถนนสนามบิน  ตำบลหัวเวียง  อำเภอเมืองลำปาง  จังหวัดลำปาง  มีเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 สมัยรัชกาลที่5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยพ่อเฒ่าอูส่วยอัตถ์และแม่เฒ่าคำหวาน สุวรรณอัตถ์ สองสามีภรรยา คหบดีชาวพม่าที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างแรงกล้า ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา ครั้งที่ได้มาประกอบอาชีพป่าไม้ในนครลำปาง

 

เมื่อได้สร้างวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) เมื่อปีพุทธศักราช 2435 จึงได้อาราธนาพระสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษา และอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ครั้งถึงปีพุทธศักราช 2499 จึงได้ให้หม่องตีกับเหล่ามัคนายกไปขออนุญาต เพื่อขอเขตอุโบสถจากเจ้าผู้ครองนครลำปางในสมัยนั้น คือ เจ้าหลวงบุญวาทย์  วงศ์มานิตย์ เพื่อทำหนังสือขอกราบบังคมทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินสยาม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวพระปิยมหาราชทรงมีพระบรมราชโองการ  พระราชทานมาดังนี้

 

“ ที่ 76/147 มีพระบรมราชโองการประกาศไว้แก่ชนทั้งปวงว่า  ที่เขตพระอุโบสถ ป่าฝาง ตำบลบ้านป่าขาม แขวงเมืองลำปาง โดยยาว 10 วา กว้าง 10 วา หม่องตีกับทายกและราษฎรได้ให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอเป็นที่วิสุงคามสีมา  พระเจ้าแผ่นดินสยาม ได้ทรงยินดีอนุโมทนาอนุญาตแล้ว โปรดให้กรมการปักกำหนดให้ตามประสงค์  ทรงพระราชอุทิศที่นั้นให้เป็นที่วิสุงคามสีมา ยกเป็นแผนกหนึ่งต่างหากจากพระราชอาณาเขตร เป็นที่วิเลสสำหรับพระสงฆ์แต่จาตุทิศทั้งสี่ทำสังฆกรรมมีอุโบสถกรรม เป็นต้น ” พระราชทานมาตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม รัตนโกสินทรศก 125 พระพุทธศาสนกาล 2449 พรรษา เป็นวันที่ 13775 ในรัชกาลปัจจุบันนี้  ด้านบนกลางและด้านล่างกลางทรงประทับตราแผ่นดินและมีอักขระขอมเขียนไว้อีกสองแถว (คัดลอกจากสำเนาพระบรมราชโองการที่ให้ไว้กับวัดป่าฝาง ศาสนโชติการาม)

 

เมื่ออูส่วนอัตถ์  ได้ถึงแก่อนิจกรรม แม่เฒ่าส่า วงศ์พรหมมินทร์ ซึ่งเป็นบุตรีของพ่อเฒ่าอูส่วยอัตถ์และแม่เฒ่าคำหวาน  ได้อุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อมา เมื่อแม่เฒ่าส่า วงศ์พรหมมินทร์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมลง จึงมอบหมายให้คุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ ซึ่งเป็นบุตรของอูส่วยอัตถ์ และแม่เฒ่าหวาน ได้ทำนุบำรุงวัดศาสนโชติการาม(วัดป่าฝาง) เป็นรุ่นที่สอง จนกระทั่งคุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ ถึงแก่อนิจกรรม คุณสมพร  โอสถานุเคราะห์ เป็นบุตรตรีของคุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ เป็นผู้อุปถัมภ์ผู้ดูแลทั้งเครื่องบริภารสังขาร ภัตตาหาร  ตลอดจนบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งก่อสร้างภายในวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) เป็นรุ่นที่สามให้ความเจริญรุ่งเรืองอยู่คู่พระพุทธศาสนาสืบไป

โบราณสถานที่สำคัญของวัด

พระธาตุ

เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากพม่า เมื่อ พ.ศ. 2449 พระธาตุสีทองได้ลงรักปิดทอง มีความโดดเด่นเป็นสง่าซึ่งมองเห็นแต่ไกล

 

ส่วนฐานของพระธาตุจัดไว้เป็นแปดเหลี่ยม ในแปดเหลี่ยม จะทำเป็นซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่งมีความหมายถึงทิศทั้ง 8 หรือมรรค 8 ผล 8

 

เมื่อวัดโดยรอบกับส่วนสูงของพระธาตุ จะมีความกว้างและยาวเท่ากันคือ 45 เมตร

 

ในปี พ.ศ.2547 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้ทำการซ่อมแซมองค์พระธาตุทั้งหมดและลงรักปิดทองคำเปลวใหม่ โดยฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณสถานของภาคเหนือ คือ ท่านพระครูสาธุกิจกิจจานันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยน้อย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

 

วิหารไม้สัก

ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น

 

ภายในวิหารชั้นบน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เก่าแก่แบบพม่า ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงาม

 

ฐานชุกชี ซุ้มด้านหลังของพระพุทธรูป ฝ้าเพดาน บัวหัวเสา ตลอดถึงรอบเสาประดับด้วยกระจกหลายสีที่บรรจงวิจิตรอย่างสวยงาม มีลวดลายของไม้แกะสลัก ได้ลงรักปิดทองเป็นอย่างดี

 

หลังคามีการสร้างตามสถาปัตยกรรมลดหลั่นเป็นชั้น ๆ

 

พระอุโบสถ

(ในที่นี้ พระอุโบสถได้ถูกปิดไว้ จึงไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมด้านใน แต่ได้เก็บภาพบริเวณด้านนอกมาฝากนะคะ)

 

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2449  ก่อด้วยอิฐถือปูน  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางฉันผลสมอ ทรงผ้าลายพันตาฐานชุกชีประดับด้วยลวดลายปูนปั้นเป็นเรื่องราวชาดก

 

ฝ้าเพดานลงรักทาสีแดงชาด ทำเป็นช่องจำนวน 12 ช่อง แต่ละช่องประดับลวดลายปูนปั้นและกระจกสี

 

มีรูปปูนปั้นนกยูงและรูปเทพคอยรักษาทุกช่อง

 

ส่วนหลังคาเป็นเครื่องไม้ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ

 

บริเวณรอบนอกซุ้มประตู หน้าต่าง ประดับตกแต่งลวดลายปูนปั้นเป็นรูปเถาวัลย์ และเทวดารักษาประตู หน้าบัน

 

เสาด้านหน้า และเพดาน ประดับด้วยกระจกสีหลากสี ลวดลายของปูนปั้นเป็นรูปดอกไม้เถาวัลย์ อย่างประณีตบรรจงทุกสัดส่วน

 

ปี พ.ศ.2548 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้มอบหมายให้ท่านพระครูสาธุกิจจานันนท์แห่งวัดพระธาตุดอยน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ทำการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมและสวยงามยิ่งขึ้น

 

เสาหงส์

 

เป็นสัญลักษณ์ของวัดมอญ ซึ่งเป็นของชาวมอญที่มาจากเมืองหงสาวดี วัดมอญทุกวัดจะต้องมีเสาหงส์เป็นสัญลักษณ์

 

 

อนุสรณ์สถาน (สถูป)

 

ผู้สร้างวัดศานสโชติการาม (วัดป่าฝาง) อูส่วยอัตถ์ และคุณแม่คำหวาน สุวรรณอัตถ์ พร้อมลูกและหลาน

 

ปี พ.ศ.2544 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้สร้างศาลาไม้ช้างสถูปขึ้นมาใหม่ แทนเรือนไม้หลังเก่า เพื่อเป็นที่พักผ่อนสำหรับลูกหลานเวลามาทำบุญกราบไหว้อนุสรณ์สถาน (สถูป) ผู้สร้างวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) อูส่วยอัตถ์ คุณแม่คำหวาน และลูกหลาน

 

วัดป่าฝาง (ศาสนโชติการาม)  เป็นวัดที่เก่าแก่ มีอายุกว่าร้อยปี  ถือเป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม เป็นวัดที่สวยงามวัดหนึ่งของจังหวัดลำปาง

แสดงความคิดเห็น

advertise