ท่องเที่ยว » ทุ่งบัวตองแม่เมาะ ที่เที่ยวลำปางยามลมหนาวมาเยือน ห้ามพลาดเด็ดขาด

ทุ่งบัวตองแม่เมาะ ที่เที่ยวลำปางยามลมหนาวมาเยือน ห้ามพลาดเด็ดขาด

6 พฤศจิกายน 2018
163   0

ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านฤดูกาล จากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาว ดอกไม้นานาพรรณจะเริ่มเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยว

 

ใช่แล้ว!! เรากำลังพูดถึงที่เที่ยวลำปางอีกหนึ่งแห่ง  คือ ทุ่งบัวตองแม่เมาะลำปาง ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการจัดสถานที่ให้สวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยในปีนี้ 2561 ได้มีการเนรมิตสวนต้นไม้และดอกไม้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยการสร้าง “ขัวแตะ” หรือ “สะพานไม้ไผ่” ขึ้นมา ด้านหน้าทางเข้า-ออกประตู ท่ามกลางดอกปอเทือง ดอกคอสมอส และดอกบัวตอง ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพสวย ๆ เป็นที่ระลึกอีกด้วย

 

 

ในปีนี้ 2561 ผู้เขียนเองก็ไม่พลาดด้วยเช่นกัน ไปเที่ยวมาแล้วหละ พร้อมทั้งเก็บคลิปและภาพถ่ายมาฝากด้วยนะ ส่วนรายละเอียดด้านล่าง  จะเป็นในส่วนของ เหมืองลิกไนต์ และ ทุ่งบัวตอง พอสังเขป ซึ่งนำมาจากเว็บไซต์ lampang.go.th เพื่อประกอบบทความให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อที่เราจะได้รู้ความเป็นมาเป็นไปของสถานที่ที่เรามาเยือนด้วย เพราะทุก ๆ สรรพสิ่งย่อมมีที่มาที่ไปนั่นเอง

 

 

ติดตามคลิปอื่น ๆ ได้ที่ :

https://www.facebook.com/siamzonezaa/

https://www.youtube.com/channel/UChxBSTe149URnepvTBndtkQ

 

 

การเดินทาง

เริ่มต้นจากแยกแม่เมาะที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ไปตามถนนสายลำปาง-เด่นชัย (หรือทางไป จ.แพร่) ระยะทาง 10 กิโลเมตร จากนั้นจะเห็นป้ายใหญ่ ๆ บอกทาง แยกซ้ายเข้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกไว้ตลอด การเดินทางไม่สลับซับซ้อน สามารถเปิด GPS เดินทางมาได้เลยค่ะ ขอบอกว่าระหว่างทางสวยนะคะ หากเพื่อนร่วมทางหลับอยู่ข้าง ๆ เรียกให้ตื่นเลยเนาะ ไม่งั้นเสียดายความทรงจำดี ๆ แย่เลย (ส่วนนี้ผู้เขียนไม่มีภาพนิ่งนะคะ ขออภัยจริง ๆ ค่ะ)

 

 

เหมืองลิกไนต์

เป็นแหล่งถ่านหินลิกไนต์ซึ่งค้นพบเมื่อ พ.ศ.2498 มีปริมาณถึง 630 ล้านตัน และมีอายุประมาณ 40 ล้านปี พื้นที่เหมืองทั้งหมดเป็นของกรมป่าไม้ มีประมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อีกประมาณ 50 ปี มีการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่หลายโรง รวมถึงมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามากถึง 13 เครื่อง ถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะ ถูกนำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่งไปใช้งานทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับบ้านเรือน ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ

 

ถึงแม้นักท่องเที่ยว จะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปบริเวณขุดเจาะถ่านหิน เพราะมีอันตรายจากวัตถุระเบิดที่ใช้ทำเหมือง แต่ทาง กฟผ. ได้จัดทำจุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยว คนในพื้นที่มักจะเรียกกันว่า สวนพฤษชาติแม่ะเมาะ หรือ “ศาลาชมวิว” ซึ่งเป็นสวนหย่อม ที่ได้ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ภายในบริเวณยังมีพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมด้วย ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ติดต่อรอบเข้าชม โทร : 0-5425-4930 ณ ศาลาชมวิว หรือจุดชมวิว จะสามารถเห็นการระเบิดของลิกไนต์ และมองเห็นการทำงานของรถขุดตักแร่ รถขนถ่านหินลิกไนต์ผ่านสายพานเข้าสู่เครื่องจักร ซึ่งอยู่ห่างออกไปด้านล่างเป็นมุมกว้างได้เลย ส่วนในบริเวณเหมืองก็มีจะบ้านพักรับรองของ กฟผ. สนามกอล์ฟ และสโมสรด้วย

 

 

ทุ่งบัวตอง

อยู่บนบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกของบ่อเหมือง พื้นที่กว่า 500 ไร่ เกิดจากการนำดินในบ่อเหมือง มาทำเป็นภูเขาเทียม สูงจากระดับพื้นดินปกติ 200 เมตร มีการปลูกดอกบัวตองเอาไว้ในส่วนด้านหน้าเกือบเต็มพื้นที่ โดยปกติจะะบานสะพรั่งเหลืองอร่ามสวยงามสะดุดตา ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีความสูงอยู่ในระดับเทียบเท่าปล่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ สามารถชมวิวบริเวณรอบ ๆ กฟผ.แม่เมาะ และอำเภอแม่เมาะได้อีกด้วย ในช่วงเช้าของฤดูหนาว จะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

เนื่องจากผู้เขียน ได้ไปเยือนทั้งทุ่งบัวตองและสวนพฤษชาติมาแล้วหลายครั้ง และหลายช่วงเวลา จึงมีภาพทั้งกลางวันและพลบค่ำมาฝากนะคะ จะดีพอให้เพื่อน ๆ จัดเป็นอีก 1 ที่เที่ยวลำปางได้หรือเปล่า ลองไปชมกันเนาะ

 

ราว 4 โมงเย็น นักท่องเที่ยวก็จะทยอยพาครอบครัวมาเดินเล่น บ้างก็มากับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ บ้างก็มาคนเดียว เพื่อถ่ายภาพกับบรรยากาศดี ๆ แสงสวย ๆ ดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เลย

 

ส่วนนี้ตรงป้ายจะเขียนว่า “เติ๋นลอยฟ้า” น่าจะคล้าย ๆ คำว่าดาดฟ้าหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจนะ เพราะก็เดา ๆ เอาตามลักษณะของสิ่งก่อสร้าง ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ ถ้าเรายืนตรงนี้ก็จะถือเป็นจุดไฮไลท์เลยก็ว่าได้นะ คือมองเห็นความโล่งกว้าง ให้ความรู้สึกสบายใจ สบายตามาก ๆ

 

พยายามที่จะเก็บแสงสวย ๆ ของพระอาทิตย์ยามลับฟ้าให้ได้ เพราะยืนรอ ณ จุด ๆ นี้ กว่าชั่วโมงเลยค่ะ (ก็ได้มาอย่างที่เห็น 555)

 

ด้านในก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสให้เราได้เดินถ่ายภาพกันไปตลอดทาง

 

ป้าย  ” EGAT MAE MOH “ ออกแบบได้น่ารักดีเหมือนกันนะ จุดถ่ายภาพอีกหนึ่งจุด

 

เดินไปเรื่อย ๆ เราก็จะเห็นแมลงต่าง ๆ มาดอมดมเกสรดอกไม้ไปตลอดทาง ก็ของเค้าคู่กันอะนะ ต้องมือเร็ว ตาเร็ว และนิ่ง ๆ ด้วยนะ ไม่งั้นเจ้าแมลงสะดุ้งบินหนีหมด อดได้ภาพเลย

 

ตอนนี้เรามาอยู่ด้านบนหอคอยแล้วนะ เป็นมุมมอง 360 องศา หมุนรอบตัวกันไปเลย … เห็นถ่ายได้แนวนี้คืออยู่ที่ชั้น 7 แล้วซูมกล้องลงมาค่ะ เป็นการวางโครงสร้างที่โด่ดเด่นลงตัว มีทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปถ่ายภาพตลอดทาง

 

ภาพนี้ไม่ได้ซูมเลนส์แล้ว เราก็จะเป็นมุมกว้างอีกแบบหนึ่ง เห็นภูเขาตั้งตะหง่านเป็น background ที่สวยมาก รวมถึงสีของท้องฟ้าที่ตัดกับสนามหญ้าสีเขียว แลดูลงตัวมาก ๆ

 

อีกฝั่งหนึ่ง ก็จะประดับประดาด้วยการจำลองดอกบัวตองให้เป็นกังหันลมสีเหลือง ที่ดูแล้วก็เป็นอันต้องสะดุดตา รวมถึงตุง (ธง) ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของภาคเหนืออย่างหนึ่ง กำลังพลิ้วไหวไปกับสายลม มองเพลินเลย

 

ภาพนี้ไม่ซูมเลนส์แล้วนะ เราก็จะเห็นมุมกว้าง ที่ตรงกลางมีบ่อบัว เสียดายที่ช่วงเวลานี้ไม่ค่อยบานเท่าไร แต่ไม่ได้ทำให้ทัศนียภาพสวย ๆ หายไปหรอกนะ ก็ยังคงน่าดู น่าชมอยู่เหมือนเดิม

 

ด้วยความที่ด้านบนหอคอย เป็นมุมชมวิวแบบพาโนราม่า เราก็จะเห็นทุกมุมมองแบบ 360 องศา และนี่ก็เป็นอีกมุมที่สวยงามไม่น้อยหน้ามุมไหน ๆ ช่วงเวลาเช้าจะน่านั่งเล่นชมวิว แต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นไป เป็นอันต้องหลบแดดกันก่อน แล้วค่อยมานั่งชมวิวกันอีกทีตอนเย็น ๆ นะ เพราะจะสวยมาก ๆ เนื่องจากด้านหน้าจะเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่มากพอสมควร (เลื่อนลงไปดูภาพนะ)

 

ส่วนนี้คือภาพที่มองจากมุมของภาพด้านบนอีกที เห็นในภาพแบบนี้แล้ว เพื่อน ๆ ต้องหาโอกาสมาชมสถานที่จริงนะคะ สวยมากจริง ๆ โดยเฉพาะหน้าหนาว ท้องฟ้าก็สีฟ้าเข้ม ๆ ต้นไม้ก็สีเขียวสด ๆ ดอกไม้ก็บานหลากสีต้อนรับ แบบนี้ไม่มาชมไม่ได้เลยนะ

 

น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสวนดอกไม้ คาดว่ากำลังเลิกงานกันพอดี เพราะช่วงเวลานี้ก็ประมาณ 5 โมงกว่า ๆ แล้วหละ

 

หันหลังกลับมา เราก็จะเห็นมุมนี้ทันที กังหันลมก็ลู่ลมไปช้า ๆ เนิบ ๆ … หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็เดินเล่นถ่ายภาพกันด้านบน ส่งเสียงตะโกนกันสนุกนาน กระโดดถ่ายภาพกันบ้าง อะไรบ้าง เห็นแล้วมีความสุขดีนะ

 

พลบค่ำมาเยือนแล้วหนา แสงไฟที่ตระเตรียมไว้ก็ทำงานทันที แต่เจ้าดอกไม้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย มองดูแล้วก็เข้ากันดีอยู่นะ

 

ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ไม่ว่าจะไปยืนตรงไหน เราก็เห็นพระอาทิตย์ดวงเดียวกันนี่แหละ แต่เราเห็นไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะจุดที่เรายืนมันต่างกันไงหละ

 

เลือกเอาตามสบายเลย อยากเก็บตะวันที่ตรงไหน ก็เดินไปเก็บที่ตรงนั้น โปรดอย่าลืมว่า “วันนี้จะไม่กลับมาอีกแล้ว” ดังนั้นผู้เขียนมักจะชอบดูพระอาทิตย์ตกดินเอามาก ๆ เลย

 

พระอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว แต่ยังคงเหลือแสงสว่างสวย ๆ ให้เราได้เก็บภาพได้อีกชั่วอึดใจ .. มองมาด้านข้างศาลานะคะ แล้วเลื่อนภาพไปด้านล่าง ไปชมวิวที่สะพานกันต่อเลย

 

มาแว้วว … มาเดินทอดสะพานกัน … ถ้าวันไหนคนไม่เยอะ เราก็จะค่อย ๆ เดินไป ชมความงามให้เต็มอิ่ม เพราะด้านล่างจะมีแสงไฟระยิบระยับ เป็นหย่อม ๆ ให้เราได้มองเห็นอยู่เนือง ๆ เป็นภาพที่หลาย ๆ คนอาจไม่ได้เห็นบ่อย ๆ เพราะคงต้องหาโอกาสไปเฉพาะสถานที่เท่านั้น ดังนั้นผู้เขียนจะใช้เวลาในช่วงนี้เยอะเป็นพิเศษ เพราะอยากเก็บภาพแบบนี้ไว้ในความทรงจำไปนาน ๆ ค่ะ

 

ช้าง … ช้าง … ช้าง … ช้าง … ช้าง … เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวจะมาล้อมช้างโคลงนี้เอาไว้เพื่อถ่ายภาพ ยิ่งในช่วงพลบค่ำแบบนี้ เจ้าช้างน้อยใหญ่ก็จะเริ่มมีสีสันกับเค้าแล้ว ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ก็จะสลับสับเปลี่ยนกันถ่ายภาพ เราก็ยืนมองอย่างสุขใจ

 

ทางเดินเข้าออกอีกหนึ่งจุด ในช่วงฤดูท่องเที่ยวแบบนี้ ทางแม่เมาะก็จะประดับประดาด้วยโคมล้านนาและตุงล้านนาเต็มพื้นที่ เอาเป็นว่าเดินไม่กี่ก้าว ก็คือจุดถ่ายภาพสวย ๆ ตลอดทั่วทั้งบริเวณกันเลย

 

อีกหนึ่งจุดด้านในที่สวยงามไม่แพ้ด้านนอก หรือด้านไหน ๆ นอกจากจะจัดพื้นที่ให้เดินกันไปอย่างสะดวกสบายแล้ว ที่นั่งพักขาก็มีแทบจะตลอดทางเดิน จะนั่งพัก จะนั่งชมวิว ตามอัธยาศัยเลยเนาะ

 

ปิดทริป ทุ่งบัวตองแม่เมาะลำปาง ด้วยภาพนี้นะคะ ที่เห็นสูง ๆ ด้านในโน่น คือหอคอยที่ไปถ่ายภาพพาโนราม่าด้านบน นักท่องเที่ยวที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเดินขึ้นบันได ห้ามพลาดนะคะ สถานที่ไม่ได้กว้างมาก แต่ก็สลับกันเดินขึ้นลงสบาย ๆ ซึ่งเท่าที่สังเกต นักท่องเที่ยวก็น่ารักกันมาก มีน้ำใจต่อกัน ถ่ายภาพและชมวิวเรียบร้อยแล้ว ก็แบ่งพื้นที่ให้เพื่อน ๆ ท่านอื่นได้ชมด้วยนะ

 

ฝากติดตามทริปต่อไปของทีมเราด้วยนะคะ จะไปไหนต่อยังไม่รู้เลย แต่ที่แน่ ๆ “ไปเที่ยวกันนะ”

แสดงความคิดเห็น

advertise