บ้านและสวน » ฮวงจุ้ยบ้าน-ไม้มงคล » กระแส “ชี่” 7 ข้อ ภายในบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

กระแส “ชี่” 7 ข้อ ภายในบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

24 เมษายน 2018
94   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

 

 

การวางผังบ้าน มีปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย คือการกำหนดเส้นทางเดินของ “ชี่” ภายในบ้าน ซึ่งหลายคนไม่ค่อยได้คำนึงถึงเรื่องนี้กันสักเท่าไร ทั้งๆที่มีความสำคัญมาก

 

เส้นทางเดินของ “ชี่” ผ่านในบ้าน ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดภายในร่างกายของคนเรา ถ้าวางได้ดีและถูกต้อง กระแสการไหลเวียนภายในบ้านก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด เดินเข้าออกอย่างสะดวก คนในบ้านก็อยู่กันอย่างสบาย ดังนั้นระบบการไหลเวียนภายในบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก บ้านที่กระแสที่ไหลเวียนไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบต่อคนในบ้านได้ เหมือนคนที่มีเลือดลมภายในร่างกายเดินไม่ดี ก็จะต้องเจ็บป่วยไม่สบายเป็นธรรมดา

 

หลักฮวงจุ้ยมีข้อบัญญัติในการกำหนดเส้นทาง หรือกระแส “ชี่” ที่จะไหลเวียนภายในบ้านเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน ด้วยให้พิจารณาเรื่องประตูเป็นหลัก เพราะประตู เป็นตัวผ่านของ “ชี่” หรือกระแสลมนั่นเอง การไหลเวียนของลมหรืออากาศภายในบ้านถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงเรื่องสุขภาพโดยตรง

 

กระแส “ชี่” 7 ข้อ ภายในบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

 

1.ผังบ้านจะต้องกำหนดให้มีประตูหลังบ้านเสมอ ในทางฮวงจุ้ยถือว่าบ้านที่ไม่มีประตูหลัง จะทำให้เกาะสภาพอุดตัน เพราะ “กระแสชี่” ไม่สามารถไหลเวียนจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้ จึงเป็นบ้านที่ไม่มีทรัพย์เข้า หรือมีเข้าก็จะไหลออกหมด หากเปรียบเทียบในเชิงตรรกวิทยา บ้านที่ไม่มีประตูหลัง ลมที่พัดเข้าหน้าบ้านจะไม่สามารถหมุนเวียนภายในบ้านได้เลย เพราะการที่เราจะหมุนเวียนได้นั้นจะต้องมีทางเข้าและทางออก เมื่อลมไม่สามารถไหลเวียนได้ทั่วบ้าน ก็จะทำให้บ้านอาจส่งผลกระทบในเรื่องสุขภาพของคนในบ้านได้ง่าย

นอกจากนี้การไม่มีประตูหลังเวลาเกิดเหตุร้าย ก็ไม่สามารถหนีออกทางด้านหลังได้ เพราะเข้าออกทางด้านหน้าด้านเดียว บ้านที่ไม่มีประตูหลัง ส่วนใหญ่จะพบบ่อยกับบ้านที่เป็นตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ ที่มักจะต่อเติมบ้านด้านหลังแบบเต็มพื้นที่จนไม่มีทางออก ส่วนบ้านเดี่ยวมักไม่ค่อยพบเห็นเท่าไร

 

2.ประตูหลังห้ามทำใหญ่กว่าประตูหน้า กรณีที่บ้านมีประตูหลังในทางฮวงจุ้ยบอกว่า ห้ามทำประตูหลังใหญ่กว่าประตูหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ทรัพย์ไหลออกมาก โดยปกติประตูหน้าบ้านมักจะใหญ่กว่าอยู่แล้ว เช่น ประตูหน้าจะเป็นลักษณะ 2 บานเปิด ส่วนประตูหลังจะเป็นลักษณะบานเดียว

 

3.ห้ามกำหนดผังบ้านในลักษณะที่ประตูตรงกัน กรณีของประตูที่ห้ามตรงกัน ถือว่าเป็นข้อบัญญัติพื้นฐานในทางฮวงจุ้ยอยู่แล้ว เหตุที่ห้ามเอาไว้ก็เพราะประตูที่ตรงกันจะทำให้ “กระแสชี่” วิ่งเป็นเส้นตรง ไม่สามารถกระจายทั่วบ้านได้ บ้านนั้นจะเก็บ “ชี่” ที่ดีไว้ไม่ได้นั่นเอง “กระแสชี่” ที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยต้องไหลคดเคี้ยวและไหลเวียนได้ทุกห้อง ตำแหน่งประตูที่ดี จึงควรอยู่ในลักษณะที่ทแยงมุมกัน ถ้าประตูเกิดตรงกัน ก็สามารถใช้ฉากมากั้นระหว่างประตูเพื่อกำหนดเส้นทางให้ “กระแสชี่” ไหลหลบฉากกั้นไม่พุ่งเป็นเส้นตรง การไหลเวียนของ “ชี่” ก็จะสามารถกระจายทั่วบ้านได้

 

4.ประตูออกสู่ตัวบ้านไม่ควรมีมากเกินไป การกำหนดตำแหน่งของประตูแต่ละจุด จะต้องให้สัมพันธ์กับการไหลของ “ชี่” ด้วย ถ้าประตูมีมากหลายจุด ก็จะทำให้กระแส “ชี่” ไหลออกบ้านเร็วเกินไป ในทางฮวงจุ้ยจะบอกว่าเก็บทรัพย์ไม่อยู่ เพราะมีช่องรั่วไหลมากนั่นเอง แต่ถ้ามีความจำเป็นจะต้องมีประตูหลายจุด ก็จะต้องมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้ชัดเจน เช่น แบ่งเป็นห้องหรือมีฉากกั้นหรือตู้กั้นไว้ในตำแหน่งที่มีประตู

การวางตำแหน่งของประตูภายในบ้าน ถือเป็นการดูกระแส “ชี่” ที่วิ่งเข้าวิ่งออกว่ามีลักษณะดีหรือไม่ ซึ่งการจะมีประตูกี่ประตูนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านและประโยชน์ใช้สอยของบ้านเป็นสำคัญ ในบทบัญญัติตามฮวงจุ้ยไม่ได้กำหนดว่าบ้านหลังหนึ่งจะต้องมีประตูกี่ประตู

บางคนกังวลกับเรื่องนี้มากเกินไปไม่กล้าเจาะช่องประตูมาก เพราะกลัวว่าเงินจะรั่วไหล แต่ก็อย่างที่ตำราบอกเอาไว้ บางทีทำให้ความสมดุลภายในบ้านเสียไป การใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านไม่สะดวกต้องเดินอ้อม เพราะมีประตูน้อย บ้านอุดตันอับทึบไม่มีลมวิ่งผ่าน เพราะฉะนั้นจำนวนของประตูจะมากจะน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ให้พิจารณาเรื่องการไหลเวียนของอากาศภายในบ้าน และการใช้สอยเป็นหลัก

 

5.ห้ามวางผังในลักษณะเปิดห้องโล่ง แบบบ้านที่พอเดินเข้าบ้านไปแล้วมองเห็นหลังบ้านเลย ถือเป็นลักษณะต้องห้ามในทางฮวงจุ้ย เพราะ กระแสชี่” ที่ไหลเข้าบ้านจะกระจายออกหลังบ้านทันที บ้านจะเก็บ “ชี่” ที่ดีเอาไว้ไม่ได้ การวางเส้นทางจากหน้าบ้านไปหลังบ้าน จึงควรมีฉากกั้น ตู้โชว์ หรือห้องกั้นเอาไว้เสมอ เพื่อเป็นการกำหนดเส้นทางของ “ชี่” ให้ไหลลอย่างคดเคี้ยวไม่กระจายออก

 

6.การวางเส้นทางเดินรูปตัวที (T) เหมาะกับบ้านหลังใหญ่ บ้านที่มีลักษณะมีปีกสองข้าง จะเหมาะกับการวางเส้นทางเดินภายในบ้านแบบรูปตัวที เพราะการจะเข้าสู่ห้องต่างๆภายในบ้าน จะสะดวกสบายกว่าการสร้างเส้นทางเดินแบบรูปทรงอื่นๆ แต่จะเหมาะกับบ้านหลังใหญ่เท่านั้น เพราะบ้านขนาดเล็กจะไม่เหมาะ จะทำให้บ้านอุดตันได้ เนื่องจากแสงสว่างไม่สามารถส่งเข้ามาทางด้านข้างของตัวบ้านได้นั่นเอง

advertise

ส่วนหัวของตัวที ควรจะเป็นส่วนของหน้าบ้าน เพราะเป็นส่วนที่กว้างที่สุดด้วยลักษณะฮวงจุ้ยก็บอกอยู่แล้วว่า หน้าบ้านจะต้องโล่งสว่าง ถ้าใช้ทางเข้าบ้านอยู่ที่ฐานของตัวที จะให้ความรู้สึกที่ถูกบีบ บ้านจะดูคับแคบไม่โอ่โถง

 

7.การวางเส้นทางเดินแบบรูปตัว L ลักษณะแบบนี้ จะเหมาะกับบ้านที่มีขนาดเล็กอย่างบ้านชั้นเดียว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด เพราะพื้นที่ใช้สอย เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ จะถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่งของบ้าน ที่เหลือก็เป็นทางเดิน

 

 

Tip : 3 ไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้ในบ้าน

 

1.โกสน

เป็นไม้ยืนต้น  ขนาดไม่ใหญ่มาก  เติบโตด้วยการแตกกิ่งใบออกมาเป็นพุ่มสวยงาม  ลำต้นมีสีน้ำตาล  ความสวยงามจะอยู่ที่สีสันของใบที่จะประกอบไปด้วยสีเขียว  สีเหลือง  สีส้ม  และสีแดง  อยู่รวมบนใบเดียวกัน  แต่รูปร่างลักษณะใบจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์  ที่พบเห็นกันโดยมากมักจะเป็นรูปใบแบบยาวเรียวบิดเป็นเกลียว  ใบกว้างกลม  และใบเรียวยาว

ความเป็นมงคล

ด้วยชื่อเรียกที่ฟังดูคล้ายกับคำว่า  กุศล  ซึ่งหมายถึงการมีบุญ  การทำบุญ  มีแต่สิ่งที่ดีงามเป็นบุญกุศล  จึงเชื่อว่าบ้านใดที่มีโกสนปลูกไว้จะเป็นมงคลที่ดีกับบ้านหลังนั้นมาก ๆ ช่วยให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ได้อยู่ภายใต้บุญบารมีและความดีงาม  เต็มไปด้วยความสุขความสงบ  รวมถึงความอุดมสมบูรณ์  และหากเลี้ยงดูแลให้งอกงามดี  ก็จะช่วยให้บ้านเกิดโชคลาภอันเป็นมงคลเข้ามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

Tips

เพื่อให้เกิดมงคลอย่างบริบูรณ์จากการปลูกโกสน  เชื่อว่าต้องปลูกตามเคล็ด  ดังนี้

  1. ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน
  2. วันอังคารเป็นวันที่ดีเหมาะแก่การนำโกสนลงดิน

 

2.ข่อย

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  ลำต้นเป็นผิวเรียบสีเทาอ่อน  แตกใบแตกกิ่งก้านออกจนเป็นพุ่มหนาทึบ  ดอกจะออกเป็นช่อสีขาว  และสีเหลือง

ความเป็นมงคล

ต้นข่อยเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงทนทานดีมาก  จึงมีความเชื่อว่าการปลูกข่อยไว้ในอาณาบริเวณบ้าน  จะเป็นการช่วยให้บ้านรวมถึงผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ได้อย่างแข็งแรงแคล้วคลาดปลอดภัยดี  ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง  ไม่ว่าจะเป็นโรคภัย  ศัตรูที่คิดร้ายปองร้าย  หรือแม้จะเป็นเคราะห์ร้ายที่อาจพัดผ่านเข้ามา

Tips

เพื่อให้เกิดมงคลอย่างบริบูรณ์จากการปลูกข่อย  เชื่อว่าต้องปลูกตามเคล็ด  ดังนี้

  1. ควรขอให้ผู้ชายที่แข็งแรงบึกบึนมาเป็นผู้ปลูกให้ เพื่อเสริมเรื่องความแข็งแรงให้มีมากยิ่งขึ้น
  2. ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน
  3. วันเสาร์เป็นวันที่ดีเหมาะแก่การนำข่อยลงปลูก

 

3.เข็ม

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  งอกงามเติบโตด้วยการออกดอกผลิใบ  ดอกเข็มจะออกรวมกันเป็นช่อที่ปลายกิ่ง  ซึ่งสีของดอกเข็มก็จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์  แต่ที่เห็นปลูกในบ้านเราเป็นส่วนใหญ่ก็คือ  ดอกเข็มสีแดง  โดยพันธุ์ดอกเข็มที่เชื่อกันว่าหากนำมาปลูกแล้วจะเป็นมงคลก็มีดอกเข็มพันธุ์ขาว  ดอกเข็มพันธุ์พญาอินทร์  และดอกเข็มพันธุ์เศรษฐีพัทยา

ความเป็นมงคล

ดอกเข็มเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาที่มักจะถูกใช้ในพิธีไหว้ครูมาตั้งแต่ครั้งโบราณมา  ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อว่าการปลูกดอกเข็มไว้ในบ้าน  จะเป็นการเสริมให้คนในบ้านสติปัญญาที่เฉียบคมขึ้น  มีสติปัญญาที่ปราดเปรื่องจะแสดงความคิดอ่านอย่างไรก็จะได้รับการยอมรับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านที่มีคนวัยเรียนอาศัยอยู่  เหมาะมากที่จะมีต้นดอกเข็มคอยเกื้อหนุน  เพื่อช่วยเกิดความมุ่งมั่นส่งให้ได้พบกับความสำเร็จที่ดี  อันเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกคน

Tips

เพื่อให้เกิดมงคลอย่างบริบูรณ์จากการปลูกเข็ม  เชื่อว่าต้องปลูกตามเคล็ด  ดังนี้

  1. ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน
  2. วันพุธเป็นวันที่ดีเหมาะแก่การนำต้นเข็มลงปลูก

 

 

ที่มาและการอ้างอิง

ฮวงจุ้ยการสร้างบ้าน-ต่อเติมบ้าน โดย มาโนช ประภาษานนท์

อ่านบทความฮวงจุ้ยบ้าน-ไม้มงคลอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter