สุขภาพและความงาม » 7 สิ่งสำคัญของกุ้งที่คุณควรรู้

7 สิ่งสำคัญของกุ้งที่คุณควรรู้

15 มกราคม 2019
322   0

สำหรับผู้ที่ช่างสังเกตก็คงจะข้องใจว่า ครั้งเมื่อกุ้งยังเป็นกุ้งสดจะมีสีฟ้าครามหรือสีน้ำเงินดำ แต่ว่าเมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

 

ในเรื่องนี้เป็นสาระน่ารู้เล็ก ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนสีของกุ้งที่เราควรรู้ไว้ด้วยเหมือนกัน โดยมีข้อสรุปแล้วชี้แจงไว้ว่า เพราะเหตุใดเมื่อเวลาเราเอากุ้งไปเผาแล้ว สีของกุ้งจึงเปลี่ยนไป? ต้นสายปลายเหตุก็คือ เพราะว่ากุ้งมีสารสี (pigmernt) ที่ชื่อว่าแอสตาแซนธิน (astaxanthin) อยู่ภายในหลุดออกมาเป็นอิสระ โดยปกติเป็นสารสีจำพวกแคโรทีนอยด์และสีออกส้มแดง มักเจอในพืชรวมทั้งสัตว์หลากหลายประเภท ในกุ้งจะมีโปรตีนที่ชื่อว่า ครัสตาไซยานิน (crustacyanin) โดยที่โมเลกุลของสารดังกล่าวมีการจับกันเป็นคู่ เมื่อมีการเผาจะก่อให้สารดังกล่าวเสื่อมสภาพ เราก็เลยมองเห็นกุ้งเป็นสีส้มแดงรวมทั้งปูด้วย เนื่องจากปูและกุ้งเป็นสัตว์พวกเดคาพอด (decapod) เช่นเดียวกัน

 

 

7 สิ่งสำคัญของกุ้งที่คุณควรรู้

  1. กุ้งเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง และไม่มีกระดูกอ่อนอยู่ภายในร่างกาย
  2. กุ้งหายใจด้วยเหงือก ลำตัวยาว แบนหรือกลม แบ่งเป็นปล้อง ๆ เปลือกที่หุ้มท่อนหัวและอกคลุมมาถึงอกปล้องที่ 8 มีลักษณะแบนข้าง ก้ามและขาอยู่ที่ส่วนหัวและอก มี 10 ขา
  3. กุ้งมีทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม โดยปกติชอบหลบซ่อนตัวอยูเงียบ ๆ ตามพื้นน้ำหรือในซอกมืด ๆ จะออกหากินในเวลากลางคืน
  4. กุ้งกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่น กิน กุ้งด้วยกันเอง ลูกปลา ไส้เดือน สัตว์หน้าดินขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ ข้าว เนื้อมะพร้าวตลอดจนซากสัตว์
  5. ส่วนประกอบของเปลือกกุ้งส่วนใหญ่เป็นไคติน คือ เป็นสารที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม รองลงมาก็เป็นจำพวกแร่ธาตุ โปรตีน ไขมัน
  6. กุ้งมีสารอาหารที่สำคัญ เช่นซีลีเนียม, ฟอสฟอรัส, ทองแดงและไอโอดีน นอกจากการเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทในการสร้างภูมิคุ้มกันและการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซีลีเนียมยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่ช่วยต่อสู้กับอนุภาคที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเยื่อหุ้มเซลล์และ DNA ซึ่งนำไปสู่การแก่ชราและโรค สารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแอสตาแซนธินซึ่งเป็นเม็ดสีหลักในกุ้ง แสดงให้เห็นว่าช่วยลดการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและโรค
  7. กุ้งมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ทว่าแนวทางปัจจุบันจากทั้ง USDA และ American Heart Association ระบุว่า การบริโภคคอเลสเตอรอลในอาหารควรจำกัด ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน และกุ้งสามออนซ์ให้ปริมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณดังกล่าว

ในกุ้งมีคอเลสเตอรอลสองชนิด ชนิดแรกเรียกว่าคอเลสเตอรอลในอาหาร ซึ่งก็พบในอาหารเฉพาะอาหารจากสัตว์ที่มีโคเลสเตอรอลเพราะร่างกายของสัตว์ผลิตออกมา คอเลสเตอรอลชนิดที่สองคือคอเลสเตอรอลในเลือด คือคอเลสเตอรอลภายในร่างกายของคนเรา คอเลสเตอรอลในเลือดผลิตโดยตับและปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดของคนเรา

ทั้งนี้ในกุ้งมีไขมันอิ่มตัวต่ำมากและไม่มีไขมันทรานส์ ยกเว้นว่ามันถูกทอดหรือปรุงในลักษณะที่เพิ่มไขมันทรานส์ แต่ถ้าคุณมีโคเลสเตอรอลสูงแล้วให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับอาหารที่มีคอเลสเตอรอล


source :

  • 100 เรื่องสงสัย รู้ไหม ทำไมสัตว์ โดย กนก-ณัฐ
  • wikipedia
  • health.com
แสดงความคิดเห็น

advertise