ประวัติศาสตร์-ตำนาน-ความเชื่อ » เที่ยวไทย » 7 สถานที่ท่องเที่ยวของไทย สุดมหัศจรรย์ ธรรมชาติสร้างสรรค์

7 สถานที่ท่องเที่ยวของไทย สุดมหัศจรรย์ ธรรมชาติสร้างสรรค์

10 กรกฎาคม 2017
284   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter

เที่ยวไทย

 

ประเทศไทยเราย่อมไม่น้อยหน้า ที่ใดในโลกอยู่แล้ว กับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่แฝงไปด้วยความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้ และมากไปกว่านั้น ยังดังไปอีกหลาย ๆ ประเทศ จนนักท่องเที่ยวต่างขาติต้องพากันมาเที่ยวไม่ขาด ไม่ว่าจะเป็น ทะเลแหวก จ.กระบี่ , สามพันโบก จ.อุบลราชธานี , โขงสีปูนมูลสีคราม จ.อุบลราชธานี , และ ถ้ำน้ำบ่อผี จ.แม่ฮ่องสอน ที่ว่ากันว่า ขาโหดแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด และสถานที่อื่น ๆ อีก มีที่ไหนบ้างไปหาข้อมูลดี ๆ ก่อนไปเที่ยวกันเลย

 

ทะเลแหวก

 

1.ทะเลแหวก จ.กระบี่

ทะเลแหวก เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะปอดะ กลุ่มเกาะหน้าอ่าวพระนางใน จังหวัดกระบี่ เกิดจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำ ลงเมื่อถึงเวลาน้ำลดลงต่ำสุดในแต่ละวัน จะมองเห็นสันทรายของทั้ง 3 เกาะคือ เกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะไก่ เป็นทะเลแหวกออกจากกันจนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อมทั้งสามเกาะเข้าด้วยกัน จนสามารถเดินจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งได้

โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำราว ๆ 5 วัน จะเป็นช่วงที่น้ำลดระดับมาก ทำให้เห็นทะเลทรายสีขาวชัดเจน เป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลแหวกคือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม (ขอบคุณภาพ : https://th.wikipedia.org/)

 

สามพันโบก

 

2.สามพันโบก จ.อุบลราชธานี

สามพันโบก อยู่ที่อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงฤดูน้ำหลากจะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่อยู่ใต้ แม่น้ำโขง แต่พอถึงช่วงน้ำแห้ง แก่งหินเหล่านี้จะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาโชว์ความอัศจรรย์ คำว่า “โบก” แปลว่าลักษณะที่เป็นหลุมเป็นแอ่งในภาษาลาว สิ่งเหล่านี้เกิดจากกระแสน้ำที่พัดเอากรวดหินดินทรายมากัดเซาะแผ่นหินทรายจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่เล็กจำนวนมาก จนถูกเรียกว่า “สามพันโบก”

ความสวยงามของสามพันโบกนี้อยู่ที่รูปร่างหน้าตาอันเป็นที่ประหลาดใจของบรรดาแก่งหิน เพราะมันใหญ่บ้างเล็กบ้าง เป็นรูปตามแต่ที่พบเห็นและจะจินตนาการกันไป จนนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศไทยเองก็ขนานนามถึงความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งนี้ว่า เป็นแกรนแคนยอนเมืองไทยหรือ grand canyon แห่งแม่น้ำโขง (ขอบคุณภาพ : https://th.wikipedia.org/)

 

โขงสีปูนมูลสีคราม

 

3.โขงสีปูนมูลสีคราม จ.อุบลราชธานี

โขงสีปูนมูลสีคราม เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกปรากฏการณ์ที่แม่น้ำทั้งสองสายนี้ไหลมาบรรจบกันที่บริเวณดอนด่าน ปากแม่น้ำมูลอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงมีสีคราม ส่วนน้ำในแม่น้ำโขงมีสีขุ่นคล้ายปูน ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นแม่น้ำสองสี โดยเฉพาะในเดือนเมษายนจะเห็นสีของแม่น้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกันอย่างเห็นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆรวมกันเป็นสีเดียวบริเวณลาดริมฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลหน้าวัดโขงเจียม ถือเป็นจุดชมวิวที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด (ขอบคุณภาพ : https://ubonattractions.wordpress.com)

 

ถ้ำน้ำบ่อผี

 

4..ถ้ำน้ำบ่อผี จ.แม่ฮ่องสอน

ถ้ำน้ำบ่อผี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และแวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอดำ บ้านลุกข้าวหลาม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เรื่องเล่าของถ้ำน้ำบ่อผีมีอยู่ว่าเมื่อราว 30 ปีก่อน ชาวมูเซอดำคนหนึ่งออกไปล่าสัตว์ และได้พบปล่องถ้ำขนาดใหญ่มีลักษณะเหมือนบ่อน้ำ มีกำแพงหินสูงชันรอบด้าน ไม่มีเส้นทางเข้าออกจากด้านล่าง ต้องใช้วิธีโรยตัวจากปากถ้ำเท่านั้น

ในแง่ภูมิศาสตร์ “ถ้ำน้ำบ่อผี” เกิดจากการยุบตัวลงของพื้นเปลือกโลกเป็นเวลานานหลายล้านปี เหตุที่ถูกเรียกว่า “ถ้ำ” นั้นเป็นเพราะด้านล่างมีโถงสูงใหญ่ โดยมีปากหลุมกว้างกว่า 100 เมตร ลึกประมาณ 200 เมตร ด้านบนของถ้ำ จะมีหินงอกหินย้อยลักษณะเป็นรูปทรงกรวยแหลมแตกต่างจากถ้ำแห่งอื่นๆ คำว่า “น้ำบ่อ” เกิดจากการโยนหินลงไปก้นบ่อ แล้วมีเสียงสะท้อนขึ้นมา คล้ายการโยนหินลงไปในบ่อน้ำส่วนคำว่า “ผี” มาจากการที่บริเวณก้นบ่อ มีพันธุ์ไม้นานาชนิดที่หาดูได้ยากขึ้นหนาแน่นและสีเขียวสดตลอดปี ต่างจากป่าด้านบน จึงนำมาสู่ความเชื่อเรื่อง “ผี” ที่สิงสถิตและปกปกปักษ์รักษาป่าถ้ำแห่งนี้ จึงมีชื่อว่า “ถ้ำน้ำบ่อผี” ด้วยเหตุนี้

หากใครต้องการชื่นชมความงามบนลึกลับของถ้ำแห่งนี้ ต้องเดินขึ้นไปบนทางชันสูงสูดของปากหลุม จากนั้นต้องใช้วิธีโรยตัวลงไปชื่นชมความมหัศจรรย์ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านล่าง หลังการชมเสร็จก็ต้องไต่เชือกขึ้นมา ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจึงควรไปกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น (ขอบคุณภาพ : http://www.ท่องทั่วไทย.com/ถ้ำน้ำบ่อผี-ปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน/)

 

บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา

 

5.บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา จ.น่าน

“บ่อเกลือ” เป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดน่าน ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีบ่อน้ำเกลือที่ใช้ผลิตเกลือสินเธาว์ และเป็นเกลือภูเขาแห่งเดียวในโลก

มีเรื่องเล่าตั้งแต่อดีตก่อนที่จะมีหมู่บ้านเกิดขึ้นว่า ภายในพื้นที่รอบๆอำเภอนี้เป็นป่ารกทึบมาก่อน และเคยมีบ่อน้ำเกลือสินเธาว์มากถึง 9 บ่อ วันหนึ่งมีนายพรานเข้ามาล่าสัตว์และสังเกตเห็นว่าพวกสัตว์ต่างพากันมากินน้ำที่นี่ จึงได้ลองชิมดูก็พบว่า น้ำมีรสเค็มและสามารถนำมาทำเป็นเกลือได้

ปัจจุบันบ่อน้ำเกลือนี้เหลืออยู่เพียง 2 บ่อเท่านั้น ซึ่งมีกฎสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมว่า “ห้ามขึ้นไปเหยียบบนขอบบ่อ” ให้ชะโงกหน้าลงไปดูเท่านั้น

ส่วนวิธีการทำเกลือนั้น เริ่มจากการตักน้ำในบ่อเกลือขึ้นมา แล้วพักน้ำไว้ในบ้าน ให้สิ่งเจือปนตกตะกอน แล้วจึงนำมาต้มในกระทะอีก 4 ชั่วโมงจนเกลือตกผลึก จากนั้นตักขึ้นมาพักพร้อมให้สะเด็ดน้ำ นำไปเติมสารไอโอดีนแล้วบรรจุใส่ถุงจำหน่าย (ขอบคุณภาพ : https://www.youtube.com/watch?v=NbVeOomDPCo)

 

เกาะตาปู

 

6.เกาะตาปู จ.พังงา

เกาะตาปู บรรดานักท่องเที่ยวจะรู้จักกันดีในชื่อ “james bond island” “เกาะตาปู” มีความแปลกประหลาดและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จึงเข้าตาทีมงานภาพยนตร์ระดับโลกเรื่อง “เจมส์บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง” จนต้องบินมาถ่ายทำที่นี่เลยทีเดียว

ลักษณะเด่นของเกาะตาปูคือ เป็นเกาะโขดหินยักษ์ปักเด่นสง่าอยู่ในทะเล บริเวณปากอ่าวพังงา หากมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นโขดหินสูงชะลูดเหนือพื้นน้ำ ส่วนบนโปนออกและคอดกิ่วลงบริเวณฐาน เหมือนตาของปู

อย่างไรก็ตามเกาะตาปูเป็นภูเขาหินปูนที่ถูกน้ำกัดกร่อนได้ง่าย ส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลถูกน้ำกัดเซาะเป็นเวลานานนับล้านปี จึงจะกร่อนและมีขนาดเล็กกว่าส่วนบนหลายเท่า อีกทั้งบรรดาหอยนางรม เพรียง และปู ยังชอบขุดเจาะชิ้นเนื้อ ทำให้ปัจจุบันเกาะตาปูกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามเพราะมีแนวโน้มที่จะพังครืนลงมาในอนาคตอันใกล้ (ขอบคุณภาพ : https://th.wikipedia.org/)

 

เกาะเขาพิงกัน

 

7.เกาะเขาพิงกัน จ.พังงา

เกาะเขาพิงกัน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา เป็นเกาะที่มีภูเขาซึ่งเกิดจากชั้นหินเอียงมากและเลื่อนตัวแยกออกจากกันเป็นสองส่วน โดยบริเวณฐานกว้างและค่อยๆแคบเข้าหากันจนบริเวณยอดเขาติดกัน เหมือนกับว่าเห็นทั้งสองพิงกัน ภายในมีการสะสมตัวของทรายจนตื้นเขินพ้นระดับน้ำทะเล กลายเป็นสันดอนทราย ซึ่งเชื่อมเกาะทั้งสองให้เป็นเกาะเดียวกัน (ขอบคุณภาพ : https://pantip.com/topic/32340725)

 

อ่านบทความท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ประวัติศาสตร์ จังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติศาสตร์ จังหวัดอ่างทอง
ประวัติศาสตร์ จังหวัดอำนาจเจริญ
ประวัติศาสตร์ จังหวัดสมุทสาคร
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรสาคร
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดอ่างทอง
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติศาสตร์ จังหวัดอยุธยา
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดอยุธยา
ประวัติศาสตร์ จังหวัดบุรีรัมย์
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดบุรีรัมย์
ประวัติศาสตร์ จังหวัดอุทัยธานี
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี
ประวัติศาสตร์ จังหวัดพังงา
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดพังงา
ประวัติศาสตร์ จังหวัดพะเยา
ประวัติศาสตร์ จังหวัดระยอง
ข้อมูลการท่องเที่ยว จังหวัดระยอง
9 สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้กับมนุษย์ไว้ชื่นชม
8 สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้าน ที่สวยงามแฝงความพิศวง
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter