สุขภาพและความงาม » 7 วิธีแก้ความอ่อนแอ ใช้ธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน

7 วิธีแก้ความอ่อนแอ ใช้ธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน

28 พฤศจิกายน 2017
501   0

 

ในส่วนของการออกกำลังกายในแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีวิธีออกกำลังกายที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ดังนี้

 

  • กรุ๊ป A

เป็นกลุ่มที่เหมาะจะกินมังสวิรัติล้วนๆ หรือกินเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด มักเป็นคนรูปร่างผอมเล็ก โครงกระดูกและกระดูกหักง่าย จึงไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหม การออกกำลังกายที่ดีที่สุดควรเป็นประเภทช้าๆ เช่นโยคะ มวยไท้เก๊ก ขี้โกง นั่งสมาธิ นั่งเจริญภาวนา หรือแต่งสวน ซึ่งล้วนเป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างผ่อนคลาย

 

  • กรุ๊ป B

เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เหมาะกับการกินอาหารอย่างสมดุลมาก มีกายใจที่สมดุลมือเท้าวิ่งไวคล่องแคล่วแต่ไม่เหมาะกับการออกกำลังกายที่หักโหมหรือแบบเชื่องช้าเกินไป ควรทดลองการออกกำลังกายหลายๆประเภท แต่ควรทำอย่างพอเหมาะขอแนะนำให้ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ตีกอล์ฟ ตีปิงปอง ปีนเขา เก็บกวาดสวนดอกไม้

 

  • กรุ๊ป AB

เป็นกรุ๊ปเลือดสนธิระหว่างกรุ๊ปเอกับกรุ๊ปบี จึงต้องดูว่าคนกลุ่มนี้รับประทานอาหารประจําวันค่อนข้างไปหนักไปทางผักและผลไม้เปลือกแข็ง หรือว่าโน้มเอียงไปทางเนื้อสัตว์และผลไม้เปลือกแข็งมากกว่า ถ้าโน้มเอียงไปทางผักผลไม้เปลือกแข็ง ก็ควรออกกำลังกายแบบคนกรุ๊ป a จะดีกว่า และก็อาจเพิ่มการออกกำลังกายแบบกรุ๊ป B สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ได้ในทางตรงกันข้ามก็เช่นเดียวกัน

 

  • กรุ๊ป O

เป็นกลุ่มคนที่เหมาะกับการกินผักและเนื้อสัตว์จำนวนมาก ไขมันค่อนข้างสูง กล้ามเนื้อกระชับ โครงกระดูกแข็งแรง จึงเหมาะกับการออกกำลังกายประเภทหักโหม เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล วิ่งเร็วระยะไกล ชกมวย ยกน้ำหนักและมวยเส้าหลิน เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกรุ๊ปเลือดใดก็ตามหลังการออกกำลังกายแล้วต้องเดินเร็ว 10 นาทีก่อนหยุดพัก เพื่อให้ระบบประสาทของร่างกายและจิตใจสมดุล โดยเฉพาะจะช่วยพัฒนาจิตวิญญาณทำให้กล้ามเนื้อและอารมณ์ที่ตึงเครียดเกินไปจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายผ่อนคลายและสงบลง

 

คนทุกกรุ๊ปเลือดควรดื่มน้ำผักผลไม้เพื่อรักษาสุขภาพป้องกันมะเร็ง ป้องกันโรคและชะลอความแก่

เนื่องจากน้ำผักผลไม้มีเอนไซม์ที่สมบูรณ์ อุดมด้วยสารอาหารและอินทรีย์จากพืชสูง ดังนั้นคนทุกกรุ๊ปเลือดล้วนดื่มเพื่อรักษาสุขภาพป้องกันมะเร็ง ป้องกันโรคและชะลอความแก่ จุดเด่นของน้ำผักผลไม้คือ

  • ล้างสารพิษในกระแสเลือด เช่น สารเคมีและสารแต่งสีซึ่งก่อมะเร็ง เอนไซม์ในน้ำผักผลไม้ยังช่วยย่อยสลายจุลินทรีย์เชื้อโรคในกระแสโลหิตได้ ส่วนอินทรีย์สารจากพืชทำให้เซลล์ที่กลายพันธุ์เปลี่ยนเป็นเซลล์ปกติ
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ซ่อมแซมระบบการรักษาตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ทำให้กระบวนการเมแทบอลิซึมเป็นไปอย่างสมดุล

 

 

7 Tip ธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน

คือการใช้ธรรมชาติที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกายมาช่วยปรับสมดุลร่างกายของมนุษย์ เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงโดยมีวิธีธรรมชาติมากมายที่ปราศจากผลเสียและสามารถปฏิบัติให้สำเร็จได้ง่ายๆ 7 Tip หากทำได้รับรองความแข็งแรงอย่างยั่งยืนแน่นอน

 

  1. อาหารบำบัด คือการดื่มกินที่ถูกวิธีและแก้นิสัยดื่มกินที่ไม่ถูกต้อง เพื่อปรับปรุงร่างกายเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบภูมิคุ้มกันและระบบรักษาตัวเองจนทำให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพที่ดี หมายถึงการกินผักและผลไม้ตามธรรมชาติปราศจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หรือพืชผักผลไม้ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ รวมทั้งธัญพืชและน้ำสะอาดให้ร่างกายได้รับน้ำไปหล่อเลี้ยงอวัยวะ ตลอดจนอำนวยสารอาหารที่ระบบภูมิคุ้มกันและระบบรักษาตัวเองต้องการทำให้ร่างกายทำหน้าที่ได้ตามปกติ ดูดซึมสารอาหารและขับพิษ ขับถ่ายสารพิษออกเสียออกไปทำให้ร่างกายแข็งแรง
  1. สารอาหารบำบัด คือการใช้ยาเสริมอาหารตามธรรมชาติเช่นเสริมผักผลไม้และธัญพืชอินทรีย์ตลอดจนน้ำแร่สกัด ที่ร่างกายอาจได้รับไม่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองรวดเร็วยิ่งขึ้นและปรับปรุงสภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกครั้ง ผู้ที่มีอาการไม่ค่อยสบาย เช่น รู้สึกวิงเวียน เป็นหวัดอาหารไม่ย่อย ท้องผูก ซึมเศร้า จิตใจว้าวุ่นมาก คนกลุ่มนี้ล้วนต้องการอาหารเสริมตามธรรมชาติ
  1. วารีบำบัด ใช้การอาบน้ำร้อนน้ำเย็นสลับกัน หรืออาจใช้น้ำร้อนน้ำอุ่นและน้ำเย็นจัดสลับกัน หรือการแช่น้ำแร่อุ่นและแช่เท้า เป็นต้น เป็นการขับสารพิษและโลหะหนักในร่างกายออกทางผิวหนัง
  1. แอโรบิคบำบัด ใช้การออกกำลังกายเดินเร็ว เดินธรรมดา โยคะ เป็นต้น เป็นการทำให้ลมปราณสมดุลช่วยปรับการหมุนเวียนของโลหิต
  2. ยาธรรมชาติบำบัด คือการใช้พืชสัตว์และแร่ธาตุตามธรรมชาติที่มีสรรพคุณทางยา มาปรับสมดุลของอวัยวะภายใน ทำให้ร่างกายค่อยๆปรับตัวดี
  1. กายภาพบำบัด หมายถึงการฝังเข็มนวดจับเส้นกดจุดนวดฝ่าเท้าการทะลวงจุดเส้นการจัดโครงกระดูกสันหลังการบำบัดผ่านทางระบบประสาทเพื่อให้เส้นต่างๆปลอดโปร่งไม่ติดขัดและปรับระบบการหมุนเวียนของโลหิตสลายความเจ็บปวด
  1. กายใจจิตบำบัด คือการอธิษฐานสวดมนต์เจริญภาวนาเพื่อให้จิตใจสงบบรรลุ สมดุลทั้งกายใจและจิตวิญญาณ

 

กระบวนการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ ใช้เวลายาวนานกว่าการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน

แต่ผลข้างเคียงจะน้อยกว่า ซึ่งทุกแนวทางล้วนข้อดีข้อเสียขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในขณะนั้น เช่น หากเป็นโรคที่เป็นปัจจุบันทันด่วน เช่น โรคหัวใจกำเริบและโรคลมปัจจุบันนั้น การแพทย์แผนตะวันตกแผนปัจจุบันคือการรักษาที่ดีที่สุด เนื่องจากแพทย์แผนปัจจุบันมีเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับใช้ในการให้เลือดและผ่าตัด อีกทั้งยังมียาสำหรับห้ามเลือดถ่ายเลือดและลดความดันโลหิตที่ช่วยให้อาการทรงตัวได้ดี แต่สำหรับโรคเรื้อรัง โรคข้อ โรคเก๊าท์ ภูมิแพ้ หอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคซึมเศร้า ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉียบพลันก็อาจเลือกวิธีธรรมชาติบําบัด แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเพื่อการปรับสภาพร่างกายให้ค่อยๆดีขึ้น

มีแต่โรคมะเร็งเท่านั้นที่แม้จะค่อยๆเป็น แต่เราจะมัวรีรอไม่ได้ต้องเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินดื่มโดยทันทีและเด็ดขาด ควรให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากผักและผลไม้อย่างเต็มที่เพื่อชะล้างพิษในกระแสเลือด

 

สิ่งที่ขอย้ำเป็นพิเศษคือ “ยา” มีผลเพียงควบคุมอาการผู้ป่วยเท่านั้นหากคิดจะฟื้นฟูสุขภาพก็มีอยู่วิธีเดียวคือเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินการดื่มและการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุด สุขภาพร่างกายจะแข็งแรงหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับอาหารการกินว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ

 

ที่มาและการอ้างอิง

100 คำถามเจาะลึกเพื่อสุขภาพ โดย Dr.Tom Wu

แสดงความคิดเห็น

advertise