สุขภาพ » ถ้ายังไม่ได้อ่าน อย่าเพิ่งหยิบน้ำปลามาใช้ เพราะระดับสารฮีสตามีนอาจกำลังทำร้ายคุณอยู่

ถ้ายังไม่ได้อ่าน อย่าเพิ่งหยิบน้ำปลามาใช้ เพราะระดับสารฮีสตามีนอาจกำลังทำร้ายคุณอยู่

28 พฤศจิกายน 2017
63   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

 

เพราะคุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่า น้ำปลาแต่ละขวดมีที่มาอย่างไร และแต่ละขวดที่คุณเรียกใช้อาจมีอันตรายแฝงอยู่ วันนี้เราจะให้คุณได้รู้ถึงขั้นตอนการเลือกน้ำปลาที่ดีปลอดภัยและอร่อย

 

ในสัตว์น้ำ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะโปรตีนที่ ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เนื่องจากสัตว์น้ำจะเสื่อมคุณภาพและเน่าเสียเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลือดอุ่นชนิดอื่น อาจจะมีทั้งจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสีย ซึ่งสามารถทำให้เกิดโรคภูมิแพ้หรืออาการอาหารเป็นพิษต่อผู้บริโภคและสาเหตุหนึ่งคือ “สารฮีสตามีน” ในสัตว์น้ำ

 

หากในน้ำปลามีสารฮีสตามีนสูงเกิน 20 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ถือว่าอันตราย

“สารฮีสตามีน” เป็นสารประกอบที่ใช้บ่งชี้คุณภาพและความสดของปลา เป็นสารประกอบทางเคมีที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปของกรดอะมิโนจากการทำงานของเอนไซม์ในเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในปลาและอาหารทะเล สารพิษซารินจะพบในลำไส้ เหงือก และผิวปลา เมื่อมีการปนเปื้อนในปลาระดับหนึ่ง อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษต่อผู้บริโภคที่มีความไวต่อสารชนิดนี้ ปริมาณสารฮีสตามีนที่เกิดความเป็นพิษต่อผู้บริโภคนั้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับตัวผู้บริโภค โดยทั่วไปปริมาณสารที่ปนอยู่ 5 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ถือเป็นค่าปกติในเนื้อปลาปริมาณ 20 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม อาจทำให้เกิดอาการเป็นพิษต่อผู้บริโภคเล็กน้อย “สารฮีสตามีน” 50 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมจะทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งความร้อนที่ใช้ในการประกอบอาหารตามปกติไม่สามารถทำลายสารฮีสตามีนได้

advertise

 

คุณอาจสงสัยใช่หรือไม่แล้วเรื่องที่เล่ามาเกี่ยวกับน้ำปลาที่บ้านอย่างไร

สารฮีสตามีนจะมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ประมง น้ำปลาก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ประมงรูปแบบหนึ่ง คนไทยใช้น้ำปลาเป็นเครื่องปรุงหลักในการประกอบอาหารและน้ำปลาที่ผลิตในประเทศไทยมีตั้งแต่น้ำปลาพื้นเมือง น้ำปลาทางการค้าที่ใช้กันในระดับครัวเรือน ไปจนถึงน้ำปลาสำหรับอุตสาหกรรมส่งออก โดยที่กรรมวิธีการผลิตถูกถ่ายทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ส่งผลให้วิธีการผลิตน้ำปลาไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ความสะอาดของโรงเรือนที่ผลิต คุณภาพของเครื่องปรุงและวัตถุดิบ รวมถึงความสดของปลาจึงแตกต่างกัน เทคนิคของผู้ผลิตแต่ละรายก็มีความจำเพาะแตกต่างกันด้วย ทำให้น้ำปลาแตกต่างกันทั้งทางด้านรสชาติคุณภาพและราคา

 

น้ำปลาที่จำหน่ายในตลาดของไทยส่วนใหญ่ จะมีสารฮีสตามีนสูงกว่า 20 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมส่วนน้ำปลาที่ส่งจำหน่ายต่างประเทศนั้น ผู้ซื้อจะเป็นผู้กำหนดระดับสารฮีสตามีนในระดับที่ยอมรับได้โดยทั่วไป ประเทศสหรัฐ สหภาพยุโรปและออสเตรเลีย ได้มีการกำหนดระดับสารฮีสตามีนที่ยอมรับได้เลย ที่ 20 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมหรือ 200 ppm

 

ดังนั้น คุณลองเข้าไปหยิบน้ำปลาในครัวคุณมาดูก่อน ว่ามีค่าสารฮีสตามีนต่ำหรือเปล่า หากมีปริมาณสูงก็ให้จำไว้ว่าในครั้งต่อไปก่อนจะซื้อ ก็ให้เลือกน้ำปลาที่มีค่าสารฮีสตามีนต่ำ และใช้วัตถุดิบที่สดสะอาด เพิ่มความอร่อยและปลอดภัยของคุณและคนในครอบครัวจะดีที่สุด

 

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter