สุขภาพ » ได้เวลาฟังเสียงนาฬิกาชีวภาพในตัวคุณ

ได้เวลาฟังเสียงนาฬิกาชีวภาพในตัวคุณ

15 มิถุนายน 2017
1336   0

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

ดูแลสุขภาพให้ได้ผลดีที่สุด

 

ไม่ว่าจะเป็นนก ผึ้ง หรือแบคทีเรียสีน้ำเงินแกมเขียว สิ่งหนึ่งที่พวกมันทำให้เหมือนกันคือ “รู้จักเวลา” คุณสมบัตินี้เกิดจากนาฬิกาชีวภาพในตัวมันซึ่งกระตุ้นให้นกอพยพย้ายถิ่น ผึ้งผสมละอองเกสร และแบคทีเรียแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ คุณอาจประหลาดใจหากรู้ว่าร่างกายของเราดำเนินไปตามเวลาเช่นกัน ไม่ว่าจะสวมนาฬิกาข้อมือหรือไม่ก็ตาม ความดันโลหิต ความอดทนขณะออกกำลัง การจาม หรือการกำเริบของหอบหืด ล้วนเป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ดำเนินเป็นไปตามจังหวะชีวิตประจำวันหรือประจำฤดูกาล

 

ดูแลสุขภาพให้ได้ผลดีที่สุด

อุดฟันตอนบ่าย

ในเวลาบ่าย ยาชาที่ใช้ระหว่างทำฟันจะออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่าเวลาเช้า งานวิจัยฉบับหนึ่งระบุว่า ยาชาลิโดเคนจะออกฤทธิ์ให้เส้นประสาทชาได้นานขึ้นห้าเท่าหากฉีดยาเวลาบ่ายเทียบกับเวลาเช้า

 

วัดความดันโลหิตเวลาเช้าและกลางคืน

ดร.เจ เดวิด กลาส นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเคนต์สเตท อธิบายว่า ตามปกติแล้วความดันโลหิตของเราเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดทั้งวัน โดยมีระดับต่ำสุดขณะนอนหลับ และสูงสุดขณะตื่นตอน การวัดความดันโลหิตเพียงวันละครั้งเพื่อประเมินผลการรักษาโรคความดันโลหิตสูงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนไม่ตรงตามจริง “เวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับวัดความดันโลหิตคือตอนเช้ากับตอนเย็น” ดร.กลาสกล่าว “และควรวัดเวลาเดียวกันทุกวัน” การวัดความดันโลหิตในเวลาที่ถูกต้องอาจมีผลให้แพทย์เปลี่ยนวิธีรักษาสำหรับบางคน เช่น จากการจ่ายยาลดความดันโลหิตไปเป็นการควบคุมอาหารควบคู่กับออกกำลัง

 

ลดน้ำหนักตัว

ชั่งน้ำหนักวันศุกร์และวันจันทร์

สำหรับผู้ที่พยายามลดน้ำหนัก ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมควบคุมน้ำหนักแห่งชาติของสหรัฐฯ แนะให้ชั่งน้ำหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ลดน้ำหนักได้อย่างน้อง 15 กิโลกรัมและควบคุมน้ำหนักให้คงที่ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี งานวิจัยล่าสุดของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตันยืนยันแนวคิดนี้ ดร.ซูซาน ราเซตต์พบว่าผู้ที่พยายามลดน้ำหนักมักเอาจริงเอาจังในช่วงสุดสัปดาห์ ดังนั้น การชั่งน้ำหนักในวันศุกร์ (โดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเข้าทันทีซึ่งเป็นเวลาที่น้ำหนักตัวต่ำที่สุด) จะทำให้เกิดแรงจูงใจมากที่สุดและช่วงยับยั้งความอยากกินอาหารมากเกินควร ราเซตต์กล่าวเพิ่มเติมว่า การชั่งน้ำหนักอีกครั้งในวันจันทร์มีส่วนช่วยให้เราปรับเปลี่ยนโปรแกรมลดน้ำหนักได้ทันหากเผลอทำตัวนอกลู่นอกทางไปบ้าง

 

กินอาหารเย็นเร็วขึ้น

ผลวิจัยล่าสุดสอดคล้องกับแนวคิดดั้งเดิมที่ว่า การกินอาหารมื้อดึกทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่าย นักวิจัยทดลองป้อนอาหารให้หนูกลุ่มแรกในเวลาที่หนูตื่นตามปกติ และหนูกลุ่มที่สองในเวลานอน พบว่าหนูที่กินอาหาร “ผิดเวลา” มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ดีนนา อาร์เบิลจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น เจ้าของงานวิจัยนี้ กล่าวว่า “หากคุณพยายามทำทุกอย่างเต็มที่แต่น้ำหนักกลับไม่ลดลง ให้ลองกินอาหารเย็นเร็วขึ้นสักชั่วโมง วิธีนี้ทำไม่ยาก แต่ได้ผลดี”

 

ออกกำลังเวลาเย็น

หากคุณต้องการให้ร่างกายแข็งแรงโดยเร็ว การออกกำลังกายตอนเย็นเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด งานวิจัยของ ดร.ไมเคิล เดสเชเนส นักสระวิทยาการออกกำลังแห่งวิทยาลัยวิลเลี่ยมแอนด์แมรี รัฐเวอร์จิเนีย ระบุว่า การออกกำลังระหว่างเวลา 16.00 น. ถึง 20.00 น. ช่วยให้พละกำลังและความทนทานเพิ่มขึ้นร้อยละห้าเมื่อเทียบกับการออกกำลังในตอนเช้า นอกจากนี้ ความพร้อมและความอบอุ่นของกล้ามเนื้อในช่วงบ่ายยังมีมากกว่า คุณจึงออกกำลังได้เต็มที่กว่าและมีโอกาสบาดเจ็บน้อยกว่า

 

ป้องกันโรคหัวใจ



กินยาป้องกันเวลาเย็น

นักวิจัยแนะให้กินยาแอสไพรินป้องกันโรคหัวใจเวลาเย็น เพราะทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น เลือดออกในกระเพาะอาหารน้อยกว่าและยังช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ดีกว่า เหตุผลคือภาวะหัวใจพิบัติมีโอกาสเกิดสูงสุดในเวลาเช้า (ช่วงเวลาอันตรายที่สุด คือ 6.00 น. ถึงเที่ยงวัน) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์ป้องกันลิ่มเลือดอุดตันด้วยวิธียับยั้งการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดแต่ละเซลล์ได้ตลอดอายุสิบวันของมัน แต่เกล็ดเลือดมีการผลิตขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา การกินยาแอสไพรินตอนเย็นทำให้ยาออกฤทธิ์ยับยั้งเกล็ดเลือดใหม่ได้มากที่สุด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคในเวลาเช้าได้ดีที่สุด

advertise

 

เพิ่มเวลานอนทุกครั้งที่ปรับเวลาใหม่

ระหว่างฤดูใบไม้ผลิของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ เวลาช่วงกลางวันจะยาวนานขึ้นจึงต้องปรับนาฬิกาถอยหลังอีกหนึ่งชั่วโมงนักวิจัยจากสวีเดนพบว่า สัปดาห์แรกของการปรับเวลามีผู้ป่วยภาวะหัวใจพิบัติเพิ่มขึ้นร้อยละห้า ทั้งนี้อาจะเป็นเพราะมีเวลานอนหลับน้อยลงและจังหวะการดำเนินชีวิตถูกรบกวน คำแนะนำคือให้เข้านอนเร็วขึ้นในคืนก่อนหน้าวันปรับเวลาเพื่อให้ร่างกายปรับนาฬิกาในตัว

 

ลดอาการไอและหายใจหอบ



ทดสอบอาหารหอบหืดในเวลาเช้า

ช่วงกลางดึก (2.00 น. – 5.00 น.) เป็นเวลาที่หลอดลมมีการหดตัวและอักเสบมากที่สุด จึงเป็นช่วงที่อาการหอบหืดกำเริบบ่อยที่สุด ดร.ไมเคิบ สโมเลนสกี ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวเวชศาสตร์มหาวิทยาลัยเทกซัส กล่าวว่า “การไปพบแพทย์ตั้งแต่เช้าเพื่อตรวจหรือทดสอบโรคหอบหืดจะได้ผลที่ถูกต้องตรงกับสภาพร่างกายมากที่สุด” (บางครั้งแพทย์อาจให้คุณนำเครื่องวัดแรงดันการหายใจกลับบ้านเพื่อตรวจด้วยตนเองขณะมีอาการหอบหืดรุนแรงกลางดึก) จึงควรเฝ้าสังเกตอาการของตนเองและเตรียมยาให้พร้อมในช่วงเวลานี้

 

กินยารักษาภูมิแพ้เวลาเย็น

อาการของโรคแพ้อากาศ เช่น น้ำมูกไหลระคายเคืองคอ และจาม มักจะเป็นรุนแรงที่สุดในเวลาเช้า นายแพทย์ริชาร์ด มาร์ตินจากศูนย์สุขภาพแห่งชาติยิวอิสในเมืองเดนวอร์ แนะให้กินยารักษาโรคในเวลาก่อนนอนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

เดินออกกำลังเวลาเย็น

ตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการจามและคัดจมูกบ่อยที่สุด จึงทำให้ออกกำลังได้ไม่สะดวก นอกจากนี้ พืชหลายชนิดจะปล่อยละอองเกสรเมื่อสัมผัสแสงแดดยามเช้า ดังนั้น เวลาเย็นจึงเหมาะที่สุดสำหรับเดินออกกำลัง

 

งดอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อยสามชั่วโมง

โรคกรดไหลย้อน (กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร) อาจเป็นสาเหตุให้โรคภูมิแพ้อาการแย่ลง และบางรายอาจมีอาการแสบร้อนหน้าอก ผู้เชี่ยวชาญแนะว่าการงดอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อยสามชั่วโมงสามารถป้องกันภาวะนี้ได้

 

เพิ่มความกระชุ่มกระช่วยให้ชีวิต



นั่งกินอาหารเช้าริมหน้าต่าง

การได้สัมผัสแสงแดดยามเช้าจะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพในร่างกายให้สอดคล้องกับบรรยากาศของโลกภายนอก ทำให้ร่างกายคุณพร้อมเผชิญวันใหม่และหลับสบายยามกลางคืน

 

งีบหลับเวลาบ่าย

อาการง่วงนอนหลังอิ่มอาหารเที่ยงไม่ได้หมายความว่าคุณกินอาหารมากเกินไป เวลาดังกล่าวเป็นช่วงพักตามธรรมชาติของวงจรชีวิตประจำวัน จึงเหมาะสำหรับการงีบหลับสักครู่ ดร.เจมี ซิตเตอร์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แนะว่า การดื่มชาหรือกาแฟสักแก้วก่อนงีบหลับจะช่วยให้คุณสดชื่นขึ้น คำแนะนำนี้อาจดูสวนทางกับความรู้สึก ที่จริงแล้ว กาเฟอีนใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเริ่มออกฤทธิ์สร้างความกระชุ่มกระชวย (หากคุณมีปัญหานอนไม่หลับ อย่างีบหลักหลัง 17.00 น.)

 

เลือกการเดินทางให้ถึงเขตเวลาใหม่ตอนเช้า

ดร.ซิตเซอร์อธิบายว่า หากคุณเดินทางไปยังทิศตะวันออก การได้รับแสงอาทิตย์ยามเช้าขณะออกจากสนามบินจะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพในร่างกายให้เข้ากับเตเวลาใหม่ แต่หากเดินทางไปทิศตะวันตก คุณควรไปถึงจุดหมายเวลาเย็น ดร.ซิตเซอร์แนะนำวิธีป้องกันอาการเจ็ตแลก (ร่างกายมีปัญหาการปรับเปลี่ยนเวลา) ดังนี้ หลายวันก่อนเดินทางไปยังทิศตะวันออก ให้ออกมารับแสงสว่างทันทีหลังตื่นนอนเพื่อกระตุ้นร่างกายให้ปรับเวลาเร็วขึ้น หากเดินทางไปยังทิศตะวันตกให้ออกมารับแสงสว่างเวลาเย็นในช่วงสองสามวันก่อนเดินทางเพื่อช่วงหน่วงการรับรู้เวลาเข้านอน แต่ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปยังทิศใด เจ. เดวิด กลาสส์ นักวิจัย แนะให้กินเมลาโนนินขนาดสามมิลลิกรัมก่อนนอนในคืนแรกที่อยู่ในเขตเวลาใหม่ ยานี้นอกจากช่วยให้หลับสบายแล้ว ยังทำให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ดีขึ้น

 

อ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

ที่มา : readersdigest.co.th ตุลาคม 2553

 

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter