สุขภาพและความงาม » หยุด 6 พฤติกรรมยอดแย่ ถ้าไม่อยากแก่เร็ว

หยุด 6 พฤติกรรมยอดแย่ ถ้าไม่อยากแก่เร็ว

16 มิถุนายน 2017
349   0

วิธีลดความแก่ก่อนวัย

 

ไม่มีใครอยากแก่และเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

ไม่เฉพาะเรื่องของสุขภาพภายในเท่านั้น ผิวพรรณที่แลดูอ่อนเยาว์กลับไม่สดใส และส่งสัญญาณฟ้องให้เห็นจนเราเองก็ตกใจ ทั้งๆที่ปกติก็ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน แต่สภาพผิวกลับหมองคล้ำมีจุดด่างดำและปรากฏริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด หลายคนจึงพากันหาสารพัดวิธีต่อต้านความชรากัน จนมองข้ามพฤติกรรมที่ทำร้ายและทำลายผิวพรรณแบบไม่รู้ตัว

 

มาดูกันว่า 6 พฤติกรรมยอดแย่ที่จะทำให้แก่ก่อนวัยมีอะไรบ้าง

1.กินอาหารไม่เหมาะสม คุณรู้หรือไม่ว่ารูปแบบพฤติกรรมการกินอาหารของเราเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำร้ายสุขภาพ และทำให้ร่างกายทรุดโทรม โดยเฉพาะอาหารที่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมาก เช่น ของทอด ของหวาน อาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัว เช่น ไขมันจากสัตว์ กะทิ และไขมันจากร้านขนมเบเกอรี่ต่างๆ ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เนยเทียม คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่ให้แคลอรี่สูง เป็นต้น ไม่เพียงแต่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากยังกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายทำลายผิวและอวัยวะต่างๆให้เสื่อมก่อนวัย ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักสด ผลไม้หลากสี ซึ่งมีวิตามินแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอการเสื่อมของผิวหนัง

 

2.นอนดึกพักผ่อนน้อย อดหลับอดนอน หรือนอนหลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่ใช่แค่กระทบกับรูปลักษณ์ที่แสดงออกผ่านใบหน้าอย่างเดียวเท่านั้น ยังส่งผลโดยตรงต่อเนื่องกับสภาพอารมณ์ ระบบฮอร์โมนในร่างกายเกิดการแปรปรวน ยิ่งเกิดความเครียดและซึมเศร้าได้ง่าย แต่หากเข้านอนแต่หัวค่ำไม่เพียงแต่ช่วยระบบการทำงานของร่างกายที่อ่อนล้ามาตลอดทั้งวันได้หยุดพักและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้ว เวลาตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 2 ยังเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งส่งผลให้หลับลึกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและทำให้การหลั่งฮอร์โมนอื่นๆสมดุล ทั้งส่งผลให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาเสริมสร้างโปรตีน ได้แก่ คอลลาเจนใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูก ช่วยลดไขมันที่สะสมในร่างกาย จึงช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีแลดูอ่อนเยาว์ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนอนคว่ำหรือตะแคงเพราะมีส่วนทำให้เกิดเป็นรอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า

 

3.สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำลายผิวพรรณ เพราะนอกจากกระตุ้นการเกิดสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายแล้ว ยังเป็นวายร้ายทำลายผิวพรรณให้แห้งกร้าน เกิดริ้วรอย รวมถึงยังทำให้การไหลเวียนเลือดไปที่ผิวหนังไม่ดี ใบหน้าหมองคล้ำไม่สดใส หยาบกร้าน ที่สำคัญยังเป็นต้นเหตุให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมลง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นถ้าอยากรักษาสุขภาพผิวให้เต่งตึงอ่อนเยาว์สมวัย ควรเลิกสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์กันเถอะ

 

4.เครียดมากก็เสื่อมเร็ว ตัวการสำคัญที่มักทำให้เราแก่ก็คือความเครียด เนื่องจากฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เกิดจากความเครียด ทำให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังลดลง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยและเลือดไปเลี้ยงผิวหนังชั้นนอกไม่เพียงพอ อีกทั้งยังทำให้ระบบต่างๆในร่างกายแปรปรวนซึ่งไม่เพียงทำให้ร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรมลงเท่านั้น หากยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะความเครียดสัมพันธ์กับโรคต่างๆได้ทุกโรคทั้ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเครียด ต้องรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์ไม่ติดกับความเครียดนานจนเกินไป ปล่อยว่างความคิดหรือออกจากการทำงานตรงหน้า ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นสักพัก หรือหาเรื่องหัวเราะเมื่ออารมณ์แจ่มใสขึ้นจึงค่อยๆเริ่มต้นกันใหม่

 

5.เลิกแต่งหน้าให้ดูเป๊ะ แม้ว่าการแต่งหน้าจะเป็นปัจจัยเคียงข้างความสวยงาม แต่การประโคมเมคอัพแบบจัดเต็มอยู่บ่อยๆ สุขภาพผิวหน้าเราก็จะอ่อนแอลงทุกวัน เพราะฤทธิ์ของสารเคมีในเครื่องสำอางที่ใช้เป็นประจำ จะส่งผลให้ผิวหน้าเราเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ยิ่งถ้าล้างเครื่องสำอางออกไม่หมด จะทำให้รูขุมขนทำงานไม่สะดวก เกิดการอุดตันเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดความหมองคล้ำ เกิดสิว ริ้วรอยและเกิดความเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว หากไม่อยากแก่เร็ว ลองหันมาแต่งหน้าแบบบางๆ เผยให้เห็นความสวยธรรมชาติดูบ้าง และที่สำคัญต้องไม่ลืมล้างเครื่องสำอางออกให้สะอาดหมดจดก่อนนอนทุกคืนจะดีกว่า

 

6.เผชิญแสงแดดและมลภาวะเป็นพิษ นอกจากมลพิษทางอากาศ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่เราหายใจเข้าไป แล้วสารเคมีที่ปลอมปนอยู่ในอาหาร เช่น ยาฆ่าแมลง ผงชูรส สีสังเคราะห์ ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น คุณควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านั้น ควบคู่กับการเลือกรับประทานผักสดผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึงการปกป้องผิวจากรังสี UV ที่คอยทำลายผิวให้แห้งกร้านและเกิดจุดด่างดำ ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำและเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 10 โมงถึง 3 โมง หากจำเป็นควรการร่มหรือสวมหมวกและสวมแว่นกันแดดทุกครั้ง

 

คงไม่มีใครอยากแก่แล้วเจ็บปวดด้วยโรครุมเร้า แต่จะทำอย่างไรจึงจะหยุดความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้กับเราให้นานที่สุด และมีสุขภาพดีร่วมด้วยนั้น ต้องรู้จักสังเกตและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตพร้อมกับเริ่มต้นดูแลตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ

แสดงความคิดเห็น

advertise