สุขภาพและความงาม » 8 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ฉบับเบสิค คุณทำได้ คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง

8 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ฉบับเบสิค คุณทำได้ คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง

23 พฤศจิกายน 2017
371   0

ในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็หันมาให้ความใส่ใจกับสุขภาพร่างกายที่เราใช้เค้ามานาน แต่ว่ากลับดูแลกันอย่างไม่ถูกต้อง เพราะว่าสวย หล่อ ดูดี แต่กลับไม่มีความแข็งแรงเอาซะเลย ตัวเราเท่านั้นที่รู้ดี ว่าภายใต้ความสวยงามเหล่านี้มันได้ถูกซ้อนความกังวลไว้ภายในใจไม่ว่าจะเป็นไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย พยายามกินอาหารลดน้ำหนัก 3 วัน แต่ก็กลับไปปาร์ตี้กับเพื่อนซะเต็มพุงกลับมาอีก ทำไปทำมาลืมว่าเราต้องออกกำลังกาย ต้องลดอาหาร ต้องโน่น นี่ นั่น สรุปคือ “เอาไว้ก่อนละกัน” แค่คิดก็เหนื่อยแล้วกับสารพัดเหตุผล (ข้ออ้าง) ดังนั้น 8 ข้อสำหรับวิธีเริ่มต้นลดน้ำหนักจึงได้อุบัติขึ้น

 

 

1.จงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณก่อนหน้านี้

ลืมความล้มเหลวในการควบคุมอาหารที่เกิดขึ้นกับคุณไปให้หมด จงลืมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เสีย จงลืมพุงและท้องที่อวบอ้วน แล้วทำหัวสมองให้ว่างเปล่าจากความคิดเหล่านั้น เราทราบดีว่าการพูดนั้นง่ายกว่าทำ แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งหากต้องการที่จะลดน้ำหนัก แล้วกลับมาควบคุมการกินอาหารลดน้ำหนักอีกครั้ง

 

2.เลิกทำตัวเป็น “นักควบคุมอาหารที่เคร่งครัด”

เพราะเมื่อต้องควบคุมอาหารลดน้ำหนัก ไม่มีใครหรอกที่จะทำทุกอย่างได้ตามที่กำหนดไว้ เพราะหากพยายามที่จะเป็นเช่นนั้น คุณก็จะทำผิดมหันต์ อาจล้มเหลวในช่วงอาทิตย์แรก คุณอาจจะตบะแตก และจบลงด้วยการดื่มกินอย่างไม่ยั้งในช่วงอาทิตย์ที่ 2 คุณอาจไม่ออกกำลังกายเลยสักนิดในช่วงอาทิตย์ที่ 3 แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง เพราะเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นคุณก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง และในที่สุดทุกอย่างก็จะเข้ารูปเข้ารอยและคุณก็จะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายในกลดน้ำหนักที่คุณปรารถนา

 

3.จงอย่ารอให้มีวันแย่ๆ เกิดขึ้นในช่วงที่ควบคุมอาหารเสียก่อน

ควรวางแผนเพื่อเผชิญหน้ากับมัน คุณควรวางแผนและเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยอาจคิดว่าหากการลดน้ำหนักล้มเหลวควรจะทำเช่นไร เพื่อให้ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ดังนั้นจงสงบจิตสงบใจแล้ววางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง

คุณอาจวางแผนที่จะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทสักคน เพื่อขอกําลังใจของเขาหรือเธอคนนั้น หรืออาจจะวางแผนที่จะไปเดินเล่นสักพักใหญ่ หรือทำความสะอาดสวน มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณเลือกที่จะทำอะไร ตราบใดที่การทำสิ่งนั้นสามารถทำให้คุณมีความกำลังใจและกลับมาเริ่มต้นลดน้ำหนักใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเมื่อก่อนการลดน้ำหนักของคุณล้มเหลวไม่เป็นท่า คุณก็จะรู้สึกผิดอย่างมาก ก็จะจบลงด้วยการกินอาหารที่มีแคลอรี่สูง ด้วยการวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อเรียกกำลังใจของคุณให้กลับมา คุณจะสามารถเอาชนะความรู้สึกผิดเหล่านั้นและสามารถกลับมาวางแผนลดน้ำหนักได้อีกครั้ง

 

4.ถ้าไม่นับ 1 แล้วเมื่อไหร่จะถึง 10

บางคนนั่งหาวิธีลดความอ้วนมาตั้งนานสองนานแต่ก็ยังไม่เคยได้เริ่มทำซักที แต่พอรู้ว่าการที่จะผอมด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเห็นผลก็ยอมแพ้ซะแล้ว ลองคิดว่าเราอยากผอมมานานเท่าไหร่แล้ว กี่เดือน กี่ปี ถ้าเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว ตอนนี้ก็คงกำลังนั่งมีความสุขกับไขมันที่หายไปและสุขภาพที่ดีขึ้น

สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการเริ่มนี่ล่ะค่ะ แต่ถ้าไม่เริ่มเดินแล้วเมื่อไหร่จะถึงเส้นชัย สิ่งสำคัญคือความตั้งใจที่จะเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดี ทุกคนรักตัวเอง แต่อยากให้รักเพิ่มขึ้นอีกนิด ให้พอที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย ไปฟิตเนส ไม่มีใครลากใครไปได้หรอกค่ะ อย่างมากก็ได้แค่ชวน ฉะนั้นอยู่ที่ความตั้งใจล้วนๆ

 

5.อย่าหักดิบ

สำหรับการเริ่มต้นลดน้ำหนัก บางคนก็คึกมาก เคร่งซะจนเครียดเพราะอยากเห็นผลไว้ หรือบางคนก็อาลัยอาวรณ์กับอาหารโปรด อย่างกลัวว่าจะไม่ได้กินเค้ก กินไอติมอีกแล้ว ต้องไปสวาปามทุกอย่างให้พอก่อนจะเริ่มลดน้ำหนักจริงจัง บางคนเครียด ท้อเพราะคิดว่าต่อไปนี้ต้องกินข้าวกล้องตลอดชีวิต โปรดหยุดคิด เพราะยังกินได้อยู่ เมื่อไหร่ที่คุณอยากกิน คุณก็ยังกินได้ เพียงแค่ค่อยๆ ลดความบ่อยลง เลือกกินให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว

 

 

6.หยุดคิดว่าการลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและน่าเบื่อ

ความจริงก็คือการลดน้ําหนักที่ถูกต้องและดีต่อสุขภาพมันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเบื่อ เจ็บปวด หรือเรื่องที่ยุ่งยากอย่างที่คิด มันเป็นดั่งหนังสือเดินทางที่จะนำคุณไปสู่การมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น มันจะเป็นตัวเปิดคุณเข้าสู่โอกาสที่ดีทั้งหลายแหล่ การมีน้ำหนักส่วนเกินต่างหากที่ทำให้คุณเบื่อหน่าย เจ็บปวด และยุ่งยาก แต่การที่คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเหล่านี้ได้ คุณต้องปฏิบัติตามโปรแกรมและควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด แล้วคุณจะสนุกกับทุกๆ นาทีที่คุณลดน้ำหนัก

เหนือสิ่งอื่นใด ต้องเชื่อว่าคุณสามารถลดน้ำหนักของคุณลงได้ อย่าลืมว่าการจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดๆ ก็ตาม ควรมีความเชื่อในสิ่งนั้นเสียก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ หรือรูปร่างของคุณจะไม่กระฉับกระเฉงเพียงใด จงเชื่อว่าคุณมีความสามารถที่จะกำจัดไขมันส่วนเกินเหล่านั้นออกไปได้ และคุณก็จะเป็นเจ้าของชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

 

7.กินอาหารให้ครบทุกมื้อ

สำหรับคนที่บอกตัวเองว่าชั้นกินอาหารทุกมื้อ คุณต้องดูปริมาณและประเภทของอาหารด้วย ว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายรึเปล่า ไข่ต้มหนึ่งฟองตอนเช้า เที่ยงกินแต่ผักต้มหรือสลัดหรือกินแต่กับ ไม่กินแป้ง แอปเปิ้ลหนึ่งลูกตอนเย็น  ทั้งหมดทั้งมวลนี่นับจริงๆ ยังไม่ได้หนึ่งมื้อเลย เราอาจจะหลอกตัวเองว่ากินครบ 3 มื้อแต่หลอกร่างกายไม่ได้หรอกค่ะ เมื่อร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอมันจะจำไว้ เมื่อไหร่ที่เรากลับไปกินแบบเดิมผลก็คือโยโย่เหมือนกัน ยิ่งคนที่ออกกำลังกายด้วย คุณอาจจะผอมลง เพราะ burn ไขมันออกด้วยก็จริง แต่เวลาที่คุณออกกำลังกายไม่ใช่แค่ไขมันที่ถูก burn แต่กล้ามเนื้อก็ถูกทำลายด้วย ฉะนั้นถึงคุณจะเวท คุณก็ไม่เฟิร์ม เพราะคุณไม่ได้กินอาหารเพื่อไปซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

 

8.ใครชอบเผ็ดต้องข้อนี้เลย พริกขี้หนูช่วยลดน้ำหนัก 

พริกหน้าตาเป็นอย่างไรคงทราบดีอยู่แล้ว พริกจำแนกแยกย่อยได้ประมาณ 50 สายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ก็จะมีหน้าตาแตกต่างกันไป พริกขี้หนูก็เป็นหนึ่งในนั้น พริกขี้หนูมักถูกใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหารให้จัดจ้าน และความจัดจ้านนี่เองที่ทำให้เด่นในเรื่องสมุนไพรนวดประคบ และเป็นสมุนไพรกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี รสเผ็ดนิดๆ จะช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้กินอาหารได้มากกว่าปกติได้ ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียนได้อย่างยอดเยี่ยม

ท่านที่มีปัญหาเรื่องปวดบวมตามกล้ามเนื้อ หรือท่านที่มีปัญหาเรื่องไขข้อ พริกขี้หนูจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องที่กล่าวมาได้ เพราะส่วนต่างๆ ของพริกขี้หนูเป็นสมุนไพรที่นำมาทำลูกประคบขนานเอก หรือแม้แต่ใช้ทำเป็นน้ำมันนวดแก้ปวดเมื่อยก็ถือว่ามีสรรพคุณที่โดดเด่นไม่แพ้กัน อีกทั้งยังใช้กินเป็นยาบำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน ช่วยกระจายเลือด

สรรพคุณเด่นของพริกขี้หนู

ในปัจจุบันมีการสกัดสารจากพืชเพื่อนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก นั่นคือ “สารแคปไซซิน” เพราะมีสรรพคุณช่วยเร่งการเผาผลาญแคลอรี่ของร่างกาย และเจ้าสารแคปไซซินนี่เองที่ทำให้พริกมีรสชาติเผ็ด ยิ่งเผ็ดร้อนเท่าไรแสดงว่ามีแคปไซซินมากเท่านั้น พริกขี้หนูที่เลื่องชื่อลือชาในความเผ็ดร้อนก็เพราะมีสารแคปไซซินอยู่มากนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น สารแคปไซซินยังช่วยในเรื่องระบบโลหิตช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด กระตุ้นการทำงานของโลหิต ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และลดการเกิดหลอดลมอักเสบ

เวลาที่พริกสัมผัสกับผิวหนังจะรู้สึกว่าแสบร้อน เราจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสพิษโดยตรง แต่ในส่วนนี้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ คือนำมาใช้กระตุ้นเวลาที่เกิดตะคริว โดยการนำพริกมาแคะเอาเมล็ดออกให้หมด ใช้แต่ส่วนที่เป็นเนื้อพริกขยำให้ละเอียด แล้วนวดบริเวณที่เกิดตะคริว สูตรนี้ยังใช้แก้อาการปวดเมื่อยตามข้อได้ด้วย สำหรับคนที่แพ้ง่ายเวลาที่ถูกพริก มักเกิดอาการระคายเคืองจนแสบร้อน อาจจะผสมวาสลีนทาผิวหรือผสมโยเกิร์ตลงไปด้วยก็ได้ จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้

 

ที่มาและการอ้างอิง

ปฏิบัติการกำจัดไขมัน ผอมเพรียวบางอย่างถาวร ผู้เรียบเรียง Lydia slim.

108 สมุนไพรไทย ใช้เป็น หายป่วย โดย พิมลพรรณ อนันต์กิจไพศาล

https://pantip.com/topic/33811355

แสดงความคิดเห็น

advertise