สุขภาพ » โรคภัยต่างๆ » 6 ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ ในการดื่มน้ำผักผลไม้และการกินอาหาร

6 ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ ในการดื่มน้ำผักผลไม้และการกินอาหาร

25 พฤศจิกายน 2017
120   0

Share on Facebook1Share on Google+0Tweet about this on Twitter
advertise

ก่อนที่จะเลือกใช้สารเสริมอาหารสำหรับต่อมไทรอยด์มาเสริมสมรรถภาพ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโภชนาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาศาสตร์เสียก่อน เพื่อช่วยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดตัวเองจึงตกอยู่ในภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรืออาการไทรอยด์เป็นพิษ และเหตุใดต่อมไทรอยด์จึงเกิดภาวะขาดไทรอยด์

 

 

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือไฮเปอร์ไทรอยด์คืออะไร

โดยทั่วไปภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือไฮเปอร์ไทรอยด์ มักนำมาซึ่งการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ คือหัวใจเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ อารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิด ลมหายใจกระชั้น โรคหัวใจกำเริบ จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

ภาวะขาดไทรอยด์หรือไฮโปไทรอยด์คืออะไร

ส่วนภาวะขาดไทรอยด์หรือไฮโปไทรอยด์ ทำให้ผู้ป่วยอ้วนขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ อ่อนเพลีย อยากนอนอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น การหาสาเหตุของโรคแล้วให้ยาที่ถูกกับโรค จึงจะช่วยบรรเทาภาวะต่อมไทรอยด์ทั้งแบบไฮเปอร์และไฮโปได้

 

ร่างกายสร้างต่อมไทรอยด์ขึ้นเพื่อต่อต้านสารก่อมะเร็ง

เมื่อร่างกายเราได้รับสารก่อมะเร็งที่มากับอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง ทอด ผัด ซึ่งมี PS สารเคมีปรุงแต่งที่มากับอาหารแปรรูป สารเคมีแต่งสี สารกันบูด ฮอร์โมนสังเคราะห์ หรือเชื้อไวรัสและมีเซลล์ที่กลายพันธุ์มากจนเกินไปจนระบบรักษาตัวเองของร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมหรือจัดการได้และต้องการความช่วยเหลือ ระบบก็จะส่งสัญญาณไปที่ต่อมไทมัสซึ่งเป็นกองบัญชาการใหญ่ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กองบัญชาการก็จะให้สมองสั่งการให้โรงงานผลิตอาวุธคือ ต่อมไทรอยด์ ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ที่แรงที่สุดคือไทรอยด์ฮอร์โมนเพื่อพร้อมทำสงครามทำลายศัตรู ยิ่งร่างกายได้รับสารก่อมะเร็งมากเท่าไร ต่อมไทรอยด์ก็ต้องผลิตอาวุธมากขึ้นเท่านั้นเพื่อเตรียมทำลายศัตรูก็คือสารก่อมะเร็งนี่เอง

 

เหตุที่ทำให้มีไทรอยด์ฮอร์โมนมากเกินไปจนเกิดอาการไฮเปอร์ไทรอยด์

โดยทั่วไปมีองค์ประกอบ 2 อย่างคือ ที 3(T3,Triiodothyronine) ที่มีไอโอดีน 3 โมเลกุลกับ ที4(T4,Thyroxine) ซึ่งมีไอโอดีน 4 โมเลกุล เมื่อต่อมไทรอยด์ใช้ไอโอดีนจำนวนมากมาผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนโรงงานผลิตอาวุธต่อมไทรอยด์ก็จะเหลือไอโอดีนน้อยลง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะเกิดปัญหาตามมา 3 ประการคือ

  1. ต่อมไทรอยด์จะอักเสบ บวมโต ตาจะโปนออกมา
  2. ต่อมไทรอยด์ไม่สามารถผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนได้อีกต่อไป ร่างกายมีสมรรถภาพต่ำลง ทำให้ขอบท่ออ้วนขึ้น อ่อนเพลีย ไม่กระปี้กระเป่า อยากนอน อยากกินโน่นกินนี่ตลอดเวลา จังหวะการเต้นของหัวใจช้าลง มือเย็นเท้าเย็น เป็นต้น
  3. ต่อมไทรอยด์เกิดเนื้องอก

 

ดังนั้นขณะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนอย่างไม่หยุดหย่อน จงอย่าคิดว่าควรงดอาหารที่มีไอโอดีนแต่กลับต้องเสริมอาหารที่มีไอโอดีนเพื่อมิให้ต่อมไทรอยด์เกิดปัญหาเนื่องจากขาดวัตถุดิบในการผลิตนั่นเอง

 

 

6 ข้อควรระวังในการกินอาหารและการดื่มน้ำผักผลไม้ของผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์

 

  1. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทปิ้งย่างทอดผัดทั้งหมด
  2. ดื่มน้ำผักผลไม้ตำรับป้องกันมะเร็งและเสริมสุขภาพเพื่อรักษาสมดุลของต่อมไทรอยด์และให้ต่อมไทรอยด์ได้รับสารอาหารที่ต้องการมากยิ่งขึ้น
  3. ขณะเดียวกันต้องกินอาหารที่มีไอโอดีนสูง เช่น สาหร่ายทะเล สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีม่วง อาหารทะเล หอยนางรม ปลิงทะเล ผักวอเตอร์เครส และวอลนัทสีดำ
  4. ห้ามกินอาหารที่มีผลต่อการควบคุมอาการไฮเปอร์ของต่อมไทรอยด์ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด บล็อคโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีเล็ก หัวผักกาดแดง น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ เม็ดสน ลูกท้อ วอนัท เป็นต้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมันสำปะหลังและหัวผักกาดแดงมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมไฮเปอร์ไทรอยด์
  5. ดื่มน้ำผักผลไม้ตำรับป้องกันและต้านมะเร็งเพื่อลดระดับและขับสารก่อมะเร็งในร่างกายออกไป
  6. ควรรับประทานโคคิวเท็นพร้อมกับสารอาหารบำรุงต่อมต่อมไทรอยด์ และกดนวดฝ่าเท้าบริเวณจุดต่อมไทรอยด์

 

ข้อควรระวัง :

คือสารอาหารบำรุงต่อมไทรอยด์ จะทำให้กระบวนการเมแทบอลิซึมทำงานเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็ว อาจมีอันตรายสูง ดังนั้น ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์หรือไฮโปไทรอยด์ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญแนวธรรมชาติบำบัดหรือนักโภชนาการผู้ชำนาญการก่อน แล้วจึงเลือกกินผักผลไม้และสารเสริมอาหารสำหรับต่อมไทรอยด์ที่เหมาะสมกับตนเอง การกินอาหารเสริมอาหารต่อมไทรอยด์จะต้องควบคู่กับการกินโคคิวเท็นโดยกินพร้อมกัน ห้ามไม่ให้กินก่อนหรือหลังและขนาดของโคคิวเท็นต้องได้รับการกำหนดเป็นพิเศษโดยนักโภชนาศาสตร์

advertise

 

ผู้ป่วยที่ตัดต่อมไทรอยด์ออกไปแล้ว ยังกินสารอาหารบำรุงต่อมไทรอยด์อีกได้หรือไม่

คำตอบคือ “กินได้” แต่ต้องกินควบคู่กับโคคิวเท็นและปริมาณที่กินต้องผ่านการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญแนวธรรมชาติบำบัดหรือนักโภชนาศาสตร์ผู้ชำนาญการ ขณะเดียวกันต้องดื่มน้ำผักผลไม้ตำรับป้องกันมะเร็งและเสริมสุขภาพเพื่อรักษาสมดุลของต่อมไทรอยด์ เลือกกินอาหารที่มีไอโอดีนและไม่มีผลในการควบคุมไฮเปอร์ไทรอยด์ ผสานกับการนวดฝ่าเท้าบริเวณจุดต่อมไทรอยด์ราว 1 นาที วันละ 2 ครั้ง รวมถึงวิธีธรรมชาติในการปรับปรุงสุขภาพด้านอื่น ๆ ร่วมด้วย

 

7 อาหารสำหรับผู้ที่มีอาการไทรอยด์ผิดปกติ

  1. ไอโอดีน

ไอโอดีนเป็นสารอาหารสำคัญในระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพราะช่วยให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ได้ โดยอาหารที่มีไอโอดีนก็ได้แก่ อาหารทะเลจำพวก ปลา หอยกาบ กุ้ง หอยนางรม ไข่ กระเทียม เห็ด และเมล็ดงา เป็นต้น ดังนั้นในผู้ป่วยที่เป็นไฮโปไทรอยด์ หรือไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติจึงควรทานอาหารที่มีไอโอดีนเสริมเข้าไป

  1. ธาตุซีลีเนียม

ซีลีเนียมเป็นสารอาหารที่ช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง โดยสารชนิดนี้จะเข้าไปป้องกันต่อมไทรอยด์จากความเครียด และยังช่วยสร้างโปรตีนที่ใช้ในการควบคุมการสังเคราะห์ของฮอร์โมในร่างกาย ควบคุมระบบการเผาผลาญและคอยรักษาระดับของฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายอีกด้วย โดยอาหารที่มีซีลีเนียมได้แก่ ปลาทูน่า เห็ด เนื้อวัว เมล็ดทานตะวัน เครื่องในสัตว์ และถั่วเหลือง

  1. สังกะสี

สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เพราะโรคไทรอยด์ทั้ง 2 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือ ไฮเปอร์ไทรอยด์ (hyperthyroidism) ต่างก็มีสาเหตุมาจากการขาดสังกะสีด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรรับประทานอาหารที่มีสังกะสีให้มากขึ้นแต่ก็ควรจะอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย

ทั้งนี้ยังควรปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณของสังกะสีที่สามารถรับประทานได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับโรคไทรอยด์ โดยอาหารที่มีสังกะสีก็ได้แก่ เนื้อวัว หอยนางรม ปลาซาร์ดีน ถั่วเหลือง ถั่ววอลนัท เมล็ดทานตะวัน ถั่วพีแคน เมล็ดอัลมอนด์ ถั่วเหลืองผ่าซีก ขิง ธัญพืชต่าง ๆ และน้ำเชื่อมเมเปิล

  1. ทองแดง

การขาดธาตุทองแดงสำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นแบบภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและคอลเลสเตอรอลมากขึ้น เนื่องจากร่างกายจะไม่สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อใช้ในร่างกายได้อย่างเต็มที่

ทองแดงมีความจำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือควรรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุทองแดงอย่างเพียงพอ ซึ่งก็มีอยู่ในอาหารอย่างเช่น เนื้อปู หอยนางรม กุ้งล็อบสเตอร์ ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อวัว เมล็ดทานตะวัน ถั่วขาว ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลือง เห็ดชิทาเกะ ข้าวบาร์เลย์ มะเขือเทศ และดาร์กช็อกโกแลต

  1. ธาตุเหล็ก

หากขาดธาตุเหล็กก็จะทำให้ความสามารถในการทำงานของต่อมไทรอยด์ลดลง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้แก่ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม หอยกาบ ผักโขม ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วขาว และเมล็ดฟักทอง

  1. วิตามินบี

วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 เป็นวิตามินชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะกับระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์ วิตามินบีทั้ง 3 ชนิดนี้มีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน T4 ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกาย ซึ่งวิตามินบีเหล่านี้มักจะมีอยู่ในอาหารอย่างเช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ปลา ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ถั่วลันเตา นม เห็ด และเมล็ดอัลมอนด์

  1. สารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี มีหน้าที่ช่วยให้ต่อมไทรอยด์ต่อสู้กับภาวะการถูกทำลายด้วยสารอนุมูลอิสระ และป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยของต่อมไทรอยด์ ซึ่งอาหารโดยทั่วไปก็มักจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในอาหารที่มีสูงก็ได้แก่ องุ่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ชาเขียว เป็นต้น

 

ที่มาและการอ้างอิง

100 คำถามเจาะลึกเพื่อสุขภาพ โดย Dr.Tom Wu

https://health.kapook.com/view118659.html

 

อ่านบทความสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น
advertise
Share on Facebook1Share on Google+0Tweet about this on Twitter